SNAPSHOT : SUN บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน)

Company Background

บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูป และผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตรอื่นๆ ภายใต้ตราสินค้าของบริษัท “KC” รวมถึงผลิตตามคำสั่งของลูกค้าภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า ให้กับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้แก่กลุ่มลูกค้าซึ่งกระจายอยู่มากกว่า 50 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน รัสเซีย ซาอุดิอาระเบีย สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมนี เป็นต้น

Key Development of Company

2560       บริษัทแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน โดยมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 215 ล้านบาทและเข้าจด ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2560

2550       เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 50ล้านบาทเป็น 100 ล้านบาท และเริ่มดำเนินธุรกิจข้าวโพดหวานแปรรูปเป็นธุรกิจหลักของบริษัท

2548       ครอบครัวกิตติคุณชัยก่อตั้งบริษัท เคซี เวิลด์ ฟูดส์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 100,000 บาท (ปัจจุบันคือ ซันสวีท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทุนจดทะเบียน ณ .31 มีนาคม 2561 เท่ากับ 5 ล้านบาท)

2545       เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1 ล้านบาทเป็น 50 ล้านบาท และได้เข้าซื้อทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท เคซี เชียงใหม่อุตสาหกรรมอาหาร จำกัดเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินของบริษัท ซันสวีท จำกัด

2540       วันที่ 25 ธันวาคม 2540 จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท ซันสวีท จำกัดด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรสำหรับส่งออกต่างประเทศ

Business Plan

บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูปเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ยังคงรักษาฐานลูกค้าโดยรวมไว้ทั้งหมด เพื่อเพิ่มสัดส่วนการตลาดให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผลิตภัณฑ์หลัก

  • ข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง (CANNED)
  • ข้าวโพดหวานแช่แข็ง (FROZEN)
  • ข้าวโพดหวานในถุงสุญญากาศ (POUCH)

บริษัทเน้นการส่งออกไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะในแถบเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป เป็นต้น แต่ยังคงมีการเพิ่มยอดขายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

Investment Highlight

เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายและการทำกำไรและตอบสนองความต้องการของลูกค้า บริษัทได้มีการลงทุนโครงการผลิตข้าวโพดหวานแช่แข็ง (Frozen ) เพิ่มขึ้น 21,600 ตัน/ปี ซึ่งโครงการได้แล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2561 และการลงทุนด้านเครื่องจักร อุปกรณ์ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

 Risk Factor

  • ความเสี่ยงจากความผันผวนปริมาณของข้าวโพดหวาน เนื่องจากการปลุกข้าวโพดหวาน อาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง ซึ่งอาจส่งผลโดยทางตรงด้านปริมาณและคุณภาพ แต่อย่างไรก็ตามบริษัทได้มีการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว ด้วยการทำสัญญาทางการเกษตรแบบพันธสัญญา (Contract Farming) กับผู้รวบรวมวัตถุดิบหลายราย และเสาะหาพื้นที่ปลูกมากขึ้นเพื่อให้เพียงพอกับการผลิต
  • ความเสี่ยงด้านความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากบริษัทมีรายได้หลักเป็นเงินตราต่างประเทศ ดังนั้นบริษัทอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทจึงมีนโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าวด้วยการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) กันธนาคารพาณิชย์ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่าสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า

‘SUN’ออเดอร์ข้าวโพดล้นมือ

พุ่งเป้าขายรีเทลปั๊มมาร์จิ้นพุ่ง

ทันหุ้น – SUN ออเดอร์ข้าวโพดล้นมือ 4 หมื่นตัน มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท จ่อส่งลูกค้าเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป บอสใหญ่ “องอาจ กิตติคุณชัย” รุกหนักขายสินค้ากลุ่มรีเทล หนุนมาร์จิ้นเพิ่มขึ้น พร้อมขยายฐานออนไลน์เต็มที่ เล็งปรับขึ้นราคาขายอีก 2-3% มั่นใจยอดขายปีนี้มาตามนัด หรือไม่น้อยกว่า 10%

ดร.องอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวาน ภายใต้ตราสินค้า KC เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2/2562 บริษัทมีแผนการดำเนินธุรกิจ โดยจะพยายามทำให้คำสั่งซื้อ(ออเดอร์) มีเข้ามาใกล้เคียงกับกำลังการผลิตที่บริษัทมีอยู่ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 300-500 ตันต่อวัน หรือไม่น้อยกว่า 1 แสนตันต่อปี ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 10% จากปีก่อนที่มีกำลังการผลิตอยู่ราว 1.2 แสนตัน

โชว์ออเดอร์ล้นมือ

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีออเดอร์รอส่งมอบให้กับลูกค้าราว 750-1,000 ล้านบาท หรือมีออเดอร์ 3-4 หมื่นตัน สำหรับลูกค้าที่ออเดอร์เข้ามา 50% เป็นลูกค้าเอเชีย ส่วนที่เหลือเป็นลูกค้าในประเทศตะวันออกกลางและยุโรป นอกจากการเพิ่มออเดอร์แล้ว บริษัทจะติดตามดูอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งมีแนวโน้มแข็งค่า เพื่อจะปรับกลยุทธ์ในการขายสินค้าให้ครอบคลุมกับต้นทุนการส่งออก ทั้งนี้บริษัทจะปรับราคาขายเพิ่มขึ้นอีก 2-3% ให้กับลูกค้าใหม่

ขณะเดียวกันบริษัทได้เพิ่มกลยุทธ์การขายสินค้าไปในกลุ่มรีเทลมากขึ้น ซึ่งเป็นลูกค้าผู้บริโภคโดยตรง เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทขายสินค้าเป็นค้าส่ง ซึ่งจำหน่ายสินค้าในปริมาณมาก 10-20 กิโลกรัม และบริษัทต้องการจำหน่ายให้ลดลงมาที่ 1 กิโลกรัม หรือ 500 กรัม โดยการจำหน่ายสินค้าให้กับรีเทล จะมีมาร์จิ้นสูงกว่าการจำหน่ายสินค้าแบบค้าส่ง แต่การจำหน่ายสินค้ารูปแบบค้าส่งก็ยังดำเนินการอยู่

เพิ่มช่องทางขาย

และบริษัทให้ความสำคัญในการจำหน่ายสินค้าช่องทางออนไลน์ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคมีพฤติกรรมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น สำหรับกลุ่มลูกค้าออนไลน์บริษัทคาดจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ใช้ข้าวโพดหวานในการประกอบอาหาร หรือใช้ทำเป็นส่วนผสมในอาหาร

ทั้งนี้บริษัทคาดยอดขายสินค้ากลุ่มรีเทล หรือผู้ประกอบการโดยตรงปีนี้จะมียอดขายไม่น้อยกว่า 10% ของยอดขายรวมทั้งหมด อีกทั้งหากบริษัทสามารถจำหน่ายสินค้าได้ตามแผน คาดจะช่วยสนับสนุนมาร์จิ้นของบริษัทให้เพิ่มขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลัก จากที่ผ่านมาอยู่ในตัวเลขหลักเดียว

นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะขายสินค้าในรูปแบบแฟรนไชส์ ปัจจุบันอยู่ระหว่าง Set upทีมงานขาย คาดจะเริ่มเห็นการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบแฟรนไชส์ได้ภายในปีนี้ แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดยอดขายได้ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไรส่วนภาพรวมยอดขายในปีนี้บริษัทมั่นใจจะเติบโตได้ตามเป้าหมายหรือไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อน 1.8 พันล้านบาท

ทิศทางยอดขาย Q2

ส่วนแนวโน้มยอดขายไตรมาส 2/2562 น่าจะดีต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยบริษัทมองยอดขายน่าจะเติบโตในระดับ 10% อีกทั้งภาพการส่งออกยังเติบโตได้ตามแผน แต่อย่างไรก็ตามบริษัทยังติดตามเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งเป็นอุปสรรค และปัจจัยกดดันผลการดำเนินของบริษัท

ทั้งนี้คาดสัดส่วนยอดขายจากการส่งออกปี 2562 น่าจะอยู่ที่ระดับ 70-80% ส่วนที่เหลือจะเป็นยอดขายในประเทศ โดยบริษัทมองความต้องการในการบริโภคข้าวโพดหวานต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเอเชียยังมีความต้องการอีกมาก