SAMARTโชว์Q1กำไรพุ่ง1,381% ปรับโครงสร้างธุรกิจแกร่ง ดันผลงานกระฉูด

SAMART ประเดิมไตรมาสแรกปี 62 มีกำไรสุทธิ 200.42 ล้านบาท โต 1,381% ผลจากการปรับโครงสร้างธุรกิจให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล และการรุกธุรกิจใหม่ๆ ส่งผลทุกสายธุรกิจมีแนวโน้มธุรกิจเติบโตชัดเจน ด้าน กลุ่ม ICT Solutions มีกำไร 150 ล้านบาท โต 150% มีงานในมืออีกกว่า 6,400 ล้านบาท ส่วน กลุ่ม SAMART Digital (SDC) เริ่มพลิกฟื้น มีรายได้ 225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30%

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มสามารถในไตรมาส 1/2562 มีกำไรสุทธิ 200.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,381.30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13.53 ล้านบาท และมีรายได้รวม 3,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันนของปีก่อน

กลุ่ม ICT Solutions  โดย บมจ. สามารถเทลคอม มีรายได้รวม 2,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 150% โดยในไตรมาสแรกมีการเซ็นสัญญาโครงการไปแล้วมูลค่ารวมกว่า 900 ล้านบาท

อาทิ โครงการติดตั้งและพัฒนาระบบสารสนเทศธุรกิจหลัก หรือ Core Business Process System ให้แก่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME Bank , โครงการของบมจ.ท่าอากาศยานไทย, โครงการของกระทรวงสาธารณสุข, โครงการของกระทรวงมหาดไทย ส่งผลให้ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 6,400 ล้านบาท

โดยการเติบโตของสายธุรกิจ ICT ยังคงมีแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน จากนโยบายของรัฐในการพัฒนาประเทศรองรับยุคดิจิทัลโดยคาดว่าหลังการจัดตั้งรัฐบาล จะเห็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่องผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับเทคโนโลยีการสื่อสาร คมนาคม และอื่นๆ

กลุ่ม SAMART Digital (SDC)เริ่มพลิกฟื้นธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด จากผลประกอบการที่เริ่มขยับไปในทิศทางบวก โดยในไตรมาส 1 ปี 62 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 225 ล้านบาท จากธุรกิจ Digital Network และ Digital Content เพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนอีกทั้ง บริษัทยังมีผลขาดทุนที่ลดลงกว่า 50% จากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลง นับเป็นสัญญานของการฟื้นตัวอย่างชัดเจน

กลุ่ม SAMART U-Trans หรือ “SUT” มีรายได้รวม 762 ล้านบาท โดยมีบริษัท Cambodia Air Traffic Services ซึ่งให้บริการวิทยุการบินในประเทศกัมพูชาเป็นหัวหอกสำคัญเติบโตเฉลี่ย 15-20% ต่อปี ส่วนบริษัท เทด้า ซึ่งทำธุรกิจด้านสายส่งไฟฟ้า มีโอกาสเข้าประมูลงาน มูลค่ารวม 2.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงานโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท , การไฟฟ้านครหลวง 1.3 หมื่นล้านบาท และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3 พันล้านบาท

“นอกจาก 3 สายธุรกิจข้างต้นแล้ว  ธุรกิจอื่น ๆ ของกลุ่ม ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี อาทิ บมจ.วันทูวันคอนแทคส์  ผู้ให้บริการด้านคอลเซ็นเตอร์ครบวงจรซึ่งมีการพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง เช่น การนำ Voice AI และ Chatbot มาให้บริการ เพื่อยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน ส่วนธุรกิจกล้องวงจรปิด ซึ่งบริหารงานโดยบริษัท วิชั่นแอนด์ซีเคียวริตี้ จำกัด ก็มีการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ด้วยเป้าหมายในการปรับเปลี่ยน SAMART Corporation จาก Holding Company ไปสู่ Operating Company  บริษัทได้มีการศึกษาและเตรียมลู่ทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ไว้แล้วทั้งหมดก็เพื่อเป้าหมายในการสร้างความยั่งยืนให้แก่กลุ่มสามารถ” นายวัฒน์ชัย กล่าว

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com