บลจ.บีแคปชวนลงทุนยาว จัดพอร์ตลุยสินทรัพย์ทั่วโลก

บลจ.บีแคป ประเดิมกองทุนรวมกองแรก “บีแคป โกลบอล เวลท์” แบ่งเป็น 5 ซีรีย์ ตามระดับความเสี่ยง โดยลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกผ่านกองทุน ETF ที่มีให้เลือกกว่า 5 พันกองทุน เหมาะเป็นทางเลือกในการลงทุนแบบระยะยาว ชูจุดเด่น มีผู้จัดการกองทุนดูแลพอร์ตใกล้ชิด พร้อมค่าธรรมเนียมที่ไม่แพง เตรียมIPO 16-24 พ.ค.นี้

ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร หัวหน้าสายงานบริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล จำกัด หรือ บลจ. บีแคป กล่าวว่า เพื่อเป็นตัวช่วยในการวางแผนการเงินให้กับนักลงทุนในระยะยาว พร้อมทั้งมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลบริหารพอร์ตให้อย่างใกล้ชิด บริษัทจึงได้ออกกองทุนรวม บีแคป โกลบอล เวลท์ (BCAP Global Wealth) ซึ่งมีด้วยกัน 5 ซีรีย์ ที่แบ่งตามระดับความเสี่ยงตั้งแต่ 10% -90% ซึ่งนับเป็นกองทุนรวมกองแรกของบริษัท

“การดูแลบริหารพอร์ตตลอดเวลานั้น โดยมากเป็นบริการที่มีให้กับกองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ในกรณีนี้เราทำให้กับกองทุนรวม บีแคป โกลบอล เวลท์ ด้วย เพราะเราวางแนวคิดให้กองทุนนี้เป็นกองทุนที่ลงทุนในระยะยาว เป็นกองแรก กองหลัก และกองเดียวที่ผู้ลงทุนสามารถถือได้ โดยไม่ต้องผสมสินทรัพย์เอง”

ดร.ธนาวุฒิ บอกว่า บีแคป โกลบอล เวลท์ จะกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆทั่วโลกผ่านการลงทุนในกองทุน ETF ทำให้ค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการไม่สูง ขณะเดียวกันก็มีความยืดหยุ่นสูงในการบริหารจัดการพอร์ตสามารถส่งคำสั่งซื้อ-ขายได้ทันทีเหมือนหุ้น มีสภาพคล่องสูงเพราะปัจจุบันการซื้อขาย ETF ในสหรัฐอเมริกา สูงเป็นอันดับ 2 อยู่ที่ราว 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นรองแค่หุ้น Amazon ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด รวมถึง บลจ.บีแคป มีผู้จัดการกองทุน 15 คน ให้การดูแลพอร์ตตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

 

“ปัจจุบันกองทุน ETF มีอยู่ราว 5,000 ตัวทั่วโลก กระจายอยู่ในสินทรัพย์ทุกประเภท ทำให้กองทุน บีแคป โกลบอล เวลท์ มีสินทรัพย์เป็นตัวเลือกในการลงทุนที่มากและหลากหลาย”

สำหรับ “บีแคป โกลบอล เวลท์” 5 ซีรีย์ ตามระดับความเสี่ยง ที่จะเสนอขาย มีการจัดพอร์ตไว้ดังนี้

1.กองทุนเปิดบีแคป โกลบอล เวลท์ 10 (BCAP-GW10) จะลงทุนในตราสารทุนและสินทรัพย์ทางเลือกรวมกันไม่เกิน 10% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิกองทุน (NAV) เน้นลงทุนสินทรัพย์มั่นคงเป็นหลัก คาดหวังผลตอบแทนมากกว่าเงินฝากธนาคาร  ที่ 3.35%ต่อปี

2.กองทุนเปิดบีแคป โกลบอล เวลท์ 25 (BCAP-GW25) จะลงทุนในตราสารทุนและสินทรัพย์ทางเลือก รวมกันไม่เกิน 25% ของ NAV ซึ่งเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยง เพื่อสะสมความมั่งคั่งในระยะยาว คาดผลตอบแทน 4.78% ต่อปี

3.กองทุนเปิดบีแคป โกลบอล เวลท์ 50  (BCAP-GW50) จะลงทุนในตราสารทุนและสินทรัพย์ทางเลือก รวมกันไม่เกิน 50% ของ NAV ซึ่งเน้นพอร์ตเติบโต สามารถรับผลขาดทุนได้บ้าง คาดผลตอบแทน 6.97% ต่อปี

4.กองทุนเปิดบีแคป โกลบอล เวลท์ 75 (BCAP-GW75) จะลงทุนในตราสารทุนและสินทรัพย์ทางเลือกรวมกันไม่เกิน 75% ของ NAV คาดหวังผลตอบแทนสูงและรับขาดทุนได้มากขึ้น คาดผลตอบแทน 8.94% ต่อปี

และ  5.กองทุนเปิดบีแคป โกลบอล เวลท์ 90  (BCAP-GW90) จะลงทุนในตราสารทุนและสินทรัพย์ทางเลือก รวมกันไม่เกิน 90% ของ NAV สำหรับนักลงทุนที่ไม่กลัวขาดทุน โดยเน้นผลตอบแทนให้สูงที่สุดเป็นหลัก ทั้งนี้ ทั้ง 5 กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกิน 79% ของ NAV คาดผลตอบแทน 10.88% ต่อปี

ดร.ธนาวุฒิ ยังมีมุมมอง ต่อตลาดทุนทั่วโลกในครึ่งปีหลัง โดยเชื่อว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังมีความผันผวนมาก เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในช่วงปลายของวัฏจักรเศรษฐกิจ (Late Cycle) ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดมีการปรับตัวเร็วกับข่าวที่กระทบการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่เศรษฐกิจจะยังไม่เข้าสู่สภาวะถดถอย (Recession) จากธนาคารกลางในกลุ่มประเทศหลักที่ยังคงดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย และสถานการณ์สงครามทางการค้าที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้รอบเศรษฐกิจนี้จะยังคงดำเนินต่อไป

“ในช่วงครึ่งปีหลัง ตลาดหุ้นทั่วโลกจะเคลื่อนไหวในกรอบกว้าง โดยจะปรับตัวขึ้นและลงตามปัจจัยที่กระทบการเจริญเติบโต โดยจะแกว่งขึ้นไปใกล้จุดสูงสุดเดิมในปี 2561 ซึ่งเป็นโอกาสทำกำไรในระยะสั้นได้ ดังนั้นกลยุทธ์หลักของการลงทุนควรกระจายการลงทุนในตราสารทุนหลายประเทศ เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน กองทุน BCAP Global Wealth จึงออกมาเป็นตัวช่วย ซึ่งจะIPO 16-24 พ.ค.นี้ และคาดสินทรัพย์ภายใต้การบรหาร (AUM)ใน 5 กองทุนนี้จะอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท ”ดร.ธนาวุฒิ กล่าว

นอกจากนนี้ นางเมธ์วดี ประเสริฐสินธนา กรรมการผู้จัดการ บลจ.บีแคป กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2562 ตั้งเป้าสินทรัพย์รวมภายใต้การบริหาร หรือ AUM อยู่ที่ราวๆ 40,000 ล้านบาท จาก ณ ไตรมาสแรกปีนี้ทำได้ราว 36,200 ล้านบาท ซึ่งสิ้นปี 2561 AUM อยู่ที่ 32,500 ล้านบาท

ส่วนแผนการออกกองทุน เนื่องจากในปีที่ผ่านมา บลจ.บีแคป มีแผนในเสนอขาย ETF 5 กองทุนใหม่ แต่เนื่อง จากภาวะการลงทุนไม่เอื้อจึงยังไม่ได้นำออกมา ซึ่ง นางเมธ์วดี มองว่า ETF 5 กองทุน ยังคงอยู่ในแผนที่บริษัทจะเสนอขาย แต่ขอดูโอกาสและจังหวะที่เหมาะสมก่อน

รายงาน : อรุณ พงษ์พิชิต
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com