ตลาดผันผวนไร้ทิศทาง ต้องอดทน

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังคงขับเคลื่อนไร้ทิศทาง ขาดเสถียรภาพ ความกังวลจากปัจจัยกระทบที่เข้ามาทั้งสงครามการค้า การเมืองในประเทศ ซึ่งล้วนส่งผลต่อทิศทางของตลาดทั้งนั้น การชิงไหวชิงพริบของบรรดาขาใหญ่อย่างกองทุนในประเทศและต่างชาติ ที่มีพฤติกรรมการลงทุนซื้อๆขายๆอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ดัชนีแกว่งตัวขึ้นลงไร้ทิศทางที่แน่นอน ทำให้นักลงทุนทั่วไปต่างพะวงหน้าระแวงหลัง บางส่วนปิดความเสี่ยงเบาพอร์ตถอยออกมาตั้งหลักก่อนกันก็ไม่น้อย เพราะความผันผวนยังมีอยู่มาก อยู่ที่ใครจะยอมรับความเสี่ยงที่ยังมีหรือสามารถลดความเสี่ยงที่มีเหล่านั้นลงได้ จะด้วยวิธีการใดก็ตาม เพราะในตลาดหุ้นก็พร้อมที่จะพลิกผันได้ตลอดเวลา ไม่มีอะไรที่แน่นอนอย่างที่รู้ๆกันดีอยู่แล้ว

ลักษณะการลงทุนช่วงนี้เป็นการกระจายการลงทุนที่ไม่ได้กระจุกอยู่ในหุ้นกลุ่มใดเป็นหลัก หมุนเวียนเปลี่ยนกันเล่นเป็นรายวันทำให้คาดการณ์ทิศทางตลาดได้ลำบาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกลงทุนในหุ้นที่มีความแข็งแกร่งกว่าตลาด แม้ราคาอาจจะไม่ได้เคลื่อนไหวหวือหวา แต่ก็ไม่ได้ปรับตัวลดลงมากนักในยามที่ตลาดส่งสัญญาณไม่ดีหรือมีปัจจัยลบเข้ามาและที่สำคัญต้องเป็นหุ้นที่ยังจ่ายปันผลตอบแทนมาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งน่าจะเหมาะกับสถานการณ์ในขณะนี้มากที่สุด

ทั้งนี้ ความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นตอนนี้ แม้จะเป็นสิ่งที่ใครๆก็ไม่อยากให้เกิดภาวะแบบนี้ แต่ในเมื่อเราเดินเข้ามาสู่สนามกการลงทุนแห่งนี้แล้ว ก็ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นธรรมชาติของตลาดอยู่แล้ว ลองพิจารณาดูจากต้นปีที่ดัชนีมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาต่อเนื่อง 7-8 % เทียบช่วงปลายปีที่แล้ว ตลาดมีการซึมซับปัจจัยบวกก่อนหน้าไปแล้ว หุ้นบางตัวก็ขยับปรับตัวเพิ่มขึ้นจนมองว่าราคาไม่ถูกแล้ว เพียงแต่ยังคงคาดหวังถึงผลการดำเนินงานในอนาคตที่ยังมีการเติบโตได้ดี แต่ในระยะสั้นเชื่อว่าตลาดคงเลือกที่จะพักรอปัจจัยใหม่ และติดตามความคืบหน้าปัจจัยที่เข้ามาในขณะนี้

ส่วนดัชนีจะมีการแกว่งตัวขึ้นหรือลดลงไปแค่ไหน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังให้กรอบในบริเวณ 1650-1750 จุดอยู่ในปีนี้เปิดกรอบประมาณ 100 จุด หากเป็นเช่นดังว่าเราก็ต้องมากำหนดกรอบการลงทุนของตนเองในการเข้าซื้อ หรือขายหุ้นให้สอดคล้องกับกรอบที่นักวิเคราะห์ได้ประเมินเอาไว้ แต่ก็ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่มีเข้ามากระทบให้กรอบการลงทุนดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปทางใดทางหนึ่ง ก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้อง อ่อนเอนลู่ไปตามแนวโน้มทิศทางที่เกิดขึ้น ไม่สวนกระแสโดยเด็ดขาด

ทั้งนี้คงต้องอยู่ที่นักลงทุนครับว่าจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้อย่างไร หากทำได้ไม่เพียงแค่จะประคองตัวให้อยู่ในตลาดรอคอยตลาดพลิกกลับมาเท่านั้น บางครั้งอาจจะมีโอกาสที่เข้ามาให้เราได้เก็บเกี่ยวทำกำไรกันในภาวะตลาดที่ดูผันผวนแบบนี้ก็เป็นได้อยู่ที่ใครจะมองเห็นและหามันให้เจอ

สุดท้ายการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดทุนไทยยังเป็นการแกว่งตัวในกรอบแคบๆSideway ทิศทางการลงทุนในลักษณะสลับเปลี่ยนตัวหุ้นเล่นกันเป็นรายตัว ซึ่งก็มาจากการรอคอยความชัดเจนในหลายประเด็น ทั้งเรื่อง การเจรจาการค้าสหรัฐฯกับจีน ว่าจะตกลงกันได้หรือจะตอบโต้กันอย่างไร รวมไปถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศแม้ กกต. จะประกาศรับรองรายชื่อสส. แล้วก็ตาม และมีแนวโน้มว่าน่าจะได้รัฐบาลที่มาจากขั้วเดิมแต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ และคงจะเป็นแบบนี้ไปอีกสักระยะหนึ่ง การเก็งกำไรในหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยบวกเรื่องผลประกอบการไตรมาสแรกที่ยังทยอยประกาศกันอยู่ในช่วงนี้

อย่างไรก็ตามในตอนนี้ แม้ทุกอย่างดูเหมือนไร้ทิศทาง  ดัชนีจะขึ้นหรือจะลง การเคลื่อนไหวราคาหุ้นบนกระดานถูกกระทบด้วยกระแสข่าวที่เข้ามาในแต่ละวัน อย่างไรก็ ตามใช่ว่าจะดูแย่ไม่ดีไปเสียทั้งหมด เชื่อว่าความเสี่ยงในการเห็นดัชนีปรับตัวลดลงเริ่มจะลดน้อยแล้วจากการที่ตลาดซึมซับปัจจัยต่างๆไปมากแล้ว และได้สะท้อนออมาในราคาหุ้น ถึงแม้อาจจะลงได้อีกก็น่าจะอยู่ในกรอบที่จำกัดลงและพอจะรับได้ ก็ไม่ต้องไปวิตกกันจนเกนเหตุ แต่ให้มีสติ ไม่ประมาทเพราะตลาดหุ้น วันนี้ลงได้พรุ่งนี้ก็พร้อมจะขึ้นได้เช่นกันเราก็เห็นกันอยู่ แต่สิ่งที่สำคัญคือ เราจะคว้าโอกาสได้เก็บช้อนรับซื้อ หากราคาหุ้นเป้าหมายของเราลดลงต่ำกว่าพื้นฐานที่แท้จริงที่ควรจะเป็น แล้วอดทนรอคอยเมื่อตลาดมีการดีดกลับพร้อมกับราคาหุ้นเป้าหมายที่เราลงทุนขึ้นไปสู่ระดับที่สูง เราก็พร้อมที่จะสร้างความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นได้ครับ