TEAMGกำไรQ1แข็งแกร่ง ลุ้นรับงานรถไฟความเร็วสูง

ทันหุ้น –TEAMG โชว์กำไรโค้งแรกปี 2562 แตะ 25.50 ล้านบาท คุมเข้มค่าใช้จ่าย ตุนงานในมือกว่า 3.2 พันล้านบาท เล็งเข้าร่วมประมูลงานกว่า 3 พันล้านบาท พร้อมลุ้นรับงานรถไฟฟ้าความเร็วสูงมูลค่าหลักหลายร้อยล้าน ส่วนทั้งปีมั่นใจรายได้โต 10-15% ตามเป้า ฟากโบรก มองมีโอกาสคว้างานใหม่ต่อเนื่อง อัตรากำไรดีขึ้นจากการบริหารต้นทุน ประเมินราคาเหมาะสม ที่2.47 บาท

ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG เปิดเผยว่า บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมา 1/2562 มีกำไรที่ 25.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 21.80 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักจะมาจากการที่บริษัทสามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายบริหารได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมต้นทุนลดลง และคาดว่าแนวโน้มช่วงที่เหลือของปีจะเดินหน้าในการลดทุนค่าใช้จ่ายบริหารต่อเนื่อง ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2562 บริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ที่ 3.2 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้

*โชว์กำไร Q1 แข็งแกร่ง

ส่วนรายได้ปีนี้บริษัทคาดว่าจะเติบโตตามเป้าที่ 10-15% จากปีก่อนที่มีรายได้ 1.66 พันล้านบาท โดยไตรมาส 1/2561 รายได้เติบโตราว 5% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่มั่นใจว่าทั้งปีจะทำได้ตามเป้า โดยโครงสร้างรายได้ของบริษัทจะมาจาก การให้บริการในธุรกิจการศึกษา ออกแบบ และจัดทำรายงาน (Study & Design) ธุรกิจการบริหารโครงการและควบคุมการก่อสร้าง (PMSC) และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (Related Business)

ทั้งนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการเข้าร่วมประมูลงานราว 2-3 พันล้านบาท ซึ่งโครงการขนาดใหญ่ที่บริษัทรอผลจะเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แบบไร้รอยต่อ (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) มูลค่างานหลายร้อยล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวจะต้องรอความชัดเจนจากทางภาครัฐ อีกทั้งล่าสุดบริษัทได้ลงนามเป็นผู้รับจ้างสัญญาที่ปรึกษาเพื่อบริหารโครงการพื้นที่ส่วนขยาย ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550โซน C (“ศูนย์ราชการฯ”) โดยมีขนาดที่ดินประมาณ 81 ไร่ มีพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด 660,000ตารางเมตร โครงการดังกล่าวจะใช้ระยะเวลา 750 วัน

อย่างไรก็ดีแนวโน้มการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนยังมีต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทก็มีความพร้อมเข้ารับงานเมกะโปรเจ็กต์ภาครัฐ ประกอบกับงานโครงการที่เกี่ยวข้องกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมทั้งงานอาคารขนาดใหญ่ และงานโครงสร้างพื้นฐาน

*ราคาเหมาะสม 2.47 บ.

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง TEAMG ว่าแนวโน้มงานในมือ(Backlog) ทยอยเพิ่มขึ้น และ Backlog ยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกในช่วงครึ่งหลังและในอนาคต จากงานศูนย์ราชการโซน C งานรถไฟทางคู่ในอีกหลายเส้นทาง และงานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และงานในต่างประเทศที่น่าจะมีอัตรากำไรดี เช่น งานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โดยบริษัทยังคงมีนโยบายทยอยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายบริหาร โดยระดับค่าใช้จ่ายบริหารของบริษัทอยู่ในระดับ 24-26% ของยอดขาย แต่บริษัทมีแนวโน้มที่จะทยอยลดค่าใช้จ่ายนี้ลงให้เหลือประมาณ 23% ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปีหนุนอัตรากำไรของบริษัทให้เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยลดลงตั้งแต่ไตรมาสนี้

นอกจากนี้คาดบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานตามกฎหมายใหม่ในไตรมาส 2/2562 ซึ่งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ประมาณ 49 ล้านบาทเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นไตรมาสละ 2 ล้านบาท จาก 44 ล้านบาท แต่สำหรับในส่วนของบริษัทจะบันทึกในส่วนของต้นทุนบริการประมาณ 80% และค่าใช้จ่ายในการบริหาร 20% ซึ่งจะส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของไตรมาสนี้และปีนี้ผิดปกติ ทั้งนี้ราคาหุ้นซื้อขายที่ P/E ต่ำ เมื่อเทียบกับธุรกิจใกล้เคียงกัน ที่ปกติซื้อขายที่ P/E 20-25 เท่า และบริษัทมี Backlog ในมือสูงหนุนความมั่นคงของรายได้ไป 2-3 ปี และได้ประโยชน์จากงานลงทุนภาครัฐบาลที่สูง จากการที่บริษัทมีสัดส่วนของงานภาครัฐที่ประมาณ 40-50% ของรายได้รวม คงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าพื้นฐานเท่ากับ 2.47 บาทต่อหุ้น โดยอ้างอิงกับ P/E ปี 2562 ที่ 15 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มบริษัทที่ใกล้เคียงที่ 20-25 เท่ามากพอควร