IIIพาร์เนอร์พาทะยาน ไตรมาส2พุ่งรับไฮซีซัน

ทันหุ้น – III มาถูกทาง รับส่วนแบ่งกำไร 2 บริษัทหลังเข้าลงทุนดันกำไรไตรมาส1/2562 ทะยาน 66% ทั้งๆ เป็นช่วงโลซีซั่น ชี้ไตรมาส 2/2562 โตแรงเข้าไฮซีซันขนส่ง แถมรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของบริษัท Around Logistic เต็มไตรมาส  พร้อมเดินหน้าเจรจาขยายการลงทุนร่วมพันธมิตรเพิ่มเติม ปักธงเป้ารายได้ปี 2562 โต 20% ด้านกูรูเชียร์ “ซื้อ”

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัททริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III เปิดเผยว่า  ผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 1/2562 ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีผลกำไรที่ 42.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.5% เมื่อเทียบกับช่วงแวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากยุทธศาสตร์ในการขยายธุรกิจ ทั้งการเข้าซื้อบริษัท DG Packaging Pte.Ltd. และ เริ่มรับรู้ผลกำไรจาก บริษัท อราวน์ โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (Around Logistics Management Company Limited) ขนส่งอากาศ ประเทศฮ่องกง ที่บริษัทเข้าลงทุนในช่วงปลายไตรมาส1/2562

ด้าน นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/2562 จะมีการเติบโตที่โดดเด่นกว่าเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน และจากไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาจะมีวันหยุดยาวเทศกาล รวมถึงการเปลี่ยนรัชกาลในประเทศญี่ปุ่น ที่มีผลให้ปริมาณการขนส่งสินค้าชะลอตัวลง แต่มองว่าตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2562 เป็นต้นไปจะกลับมาเป็นปกติทั้งทางอากาศและทางทะเล

นอกจากนี้ ในไตรมาส 2/2562 จะเป็นไตรมาสแรกที่บริษัทสามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตามการลงทุนในบริษัท อราวน์ โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด เข้ามาได้เต็มที่เป็นไตรมาสแรก ส่วน บริษัท DG Packaging Pte.Ltd. ก็มีการขยายการให้บริการมากขึ้น ทำให้คาดว่าจะช่วงสร้างรายได้เพิ่มให้กับบริษัทในปีนี้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

@คงเป้าโต20%

สำหรับกรณีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนนั้น เบื้องต้นบริษัทและบริษัทคู่ค้าอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ เพื่อการพิจารณาการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในลำดับถัดไป เพื่อตั้งรับกับสถานการณ์ในปัจจุบันให้ได้รับผลกระทบหรือความเสี่ยงให้น้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2562 ไว้ที่ไม่น้อยกว่า 20% โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการเติบโตแบบ Inorganic เป็นหลัก

@เจรจาพันธมิตร

ขณะเดียวกันบริษัทยังมีความสนใจและอยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนต่อยอดธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักโดยเฉพาะในธุรกิจการบริหารคลังสินค้า และการกระจายสินค้า (Logistics Management) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมกับทางพันธมิตรประมาณ 2 – 3 โครงการ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ประกอบการในธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศที่มีศักยภาพ และสามารถเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศได้

**เชียร์ “ซื้อ” เป้า 8.10 บ.

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุความน่าสนใจ III ในบทวิเคราะห์ว่า บริษัทประกาศผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1 มีรายได้เติบโตตามคาดที่ 683 ล้านบาท เติบโต 13% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แม้จะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 7% แต่เป็นเพราะเข้าช่วง Low season โดยมีกำไรสุทธิที่ 43 ล้านบาท เติบโต 66% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า 0%

ประเด็นสำคัญจากผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 1) รายได้ที่เติบโตมาจากการเติบโตในแทบจะทุกธุรกิจของบริษัท โดยมีธุรกิจ Air freight เติบโตได้โดดเด่นที่สุด 2) อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 16.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 21.2% เนื่องจากการจัดประเภทต้นทุนใหม่ ทำให้ต้นทุนด้าน SG&A ลดลง แต่มีต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 3) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเป็น 16 ล้านบาท จาก 4 ล้านบาท เนื่องจากมีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท DGP และ Around Logistic และ 4) บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิที่ 6.3% สูงที่สุดในรอบ 7 ไตรมาส

พร้อมกันนี้ ทางฝ่ายเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ากำไรของบริษัทในช่วงไตรมาส 1/2562 จะเป็นกำไรที่ต่ำที่สุดของปี 2562 นี้ เนื่องจากเป็นช่วง Low season โดยจะมีปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่กลางถึงปลายไตรมาส 2/2562 เป็นต้นไป เนื่องจากจะเข้าสู่ช่วง High season ของการส่งออกและนำเข้า ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของบริษัท Around Logistic เข้ามาเต็มไตรมาสตั้งแต่ ไตรมาส 2 เป็นต้นไปอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าบริษัทจะถูกกดดันด้วยประเด็นการต่อสัญญาของธุรกิจ GSA ในอนาคต แต่บริษัทก็ยังคงดำเนินธุรกิจในปัจจุบันได้อย่างราบรื่น ดังนั้นทางฝ่ายจึงเชื่อว่ากำไรที่ดีของบริษัทในปี 2562 นี้ จะเป็นตัวสะท้อนราคาหุ้นที่แท้จริงในอนาคต นอกจากนี้ยังคาดว่าประเด็นด้านการต่อสัญญาธุรกิจ GSA ควรจะได้ข้อสรุปในอีก 2 – 3 เดือนต่อจากนี้ เนื่องจากจะเข้าสู่ช่วงใกล้หมดสัญญาในสิ้นปี 2562 นี้ ทั้งนี้ ทางฝ่ายยังคงมีมุมมองเดิม ที่การเจรจาจะออกมาเป็นกลางต่อบริษัท มากกว่าเป็นลบอย่างรุนแรงอย่างที่ตลาดคาด ดังนั้นจึงคงแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 8.10 บาท