ผ่าโมเดลธุรกิจ”มายด์สกิน”

หากจะกล่าวถึงผู้นำในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง (RPC Group)  จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเทรนด์สุขภาพมาแรง ผลักดันให้บริษัท แตกไลน์ธุรกิจใหม่ ด้วยการเปิด”บริษัท บริษัท มายด์สกิน จำกัด”  เพื่อผลิตกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางแบรนด์ “4MINDSKIN”  อย่างเป็นทางการ โดยเน้นเจาะกลุ่ม GEN Y  ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่ใช้ชีวิตอยู่กับไอที พร้อมขับเคลื่อนสู่ตลาด AEC  ล่าสุดเตรียมเปิดโรงงานแห่งแรกของภาคอีสานที่ จ.ร้อยเอ็ด หวังกระจายรายได้สู่ภูมิภาค โดยมีเป้าหมายหลักสำคัญในการผลักดันให้”มายด์สกิน”เดินเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตอันใกล้

 แรงบันดาลใจ

จักรพันธ์   มงคลศรีสวัสดิ์  ประธานกรรมการบริหาร ในเครือ  RPC กรุ๊ป, บริษัท มายด์ สกิน จำกัด เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนขั้วธุรกิจว่า  ปัจจุบันคนหันมาห่วงและดูแลสุขภาพกันมากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นการดูแลทางด้านโภชนาการ  หรือแม้กระทั่งการดูแลสุภาพผิว อันจะเห็นได้ว่าธุรกิจครีมและสกินแคร์ในเมืองไทย ประเภท  ครีมหน้าใส ครีมหน้าขาว  ครีมแก้ฝ้า ครีมรักษาสิว ครีมลดริ้วรอย ครีมทาตัว ครีมกระชับรูขุมขน เซรั่ม ครีมทารักแร้ ครีมกลางคืน และครีมทาใต้ตาดำ ครีมกันแดด มีความเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โตประมาณปีละ 7-8 %

ปัจจุบันมูลค่าการตลาดเครื่องสำอางมากถึง 80,000 ล้านบาท และตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้นตลอด แสดงให้เห็นว่า คนไทยนิยมดูแลผิวพรรณกันมากขึ้น เหตุสำคัญคือ โลกร้อนและมีมลพิษมากขึ้น อย่างกรณีฝุ่นพิษ PM 2.5 ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการทำสื่อโฆษณาในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะทางโซเชียลมิเดีย มีการแข่งขันโฆษณาสูงมาก เนื่องจากเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินซื้อได้ง่ายและรวดเร็ว

จักรพันธ์  ย้อนเวลาให้ฟังว่า ก่อนที่จะเปิดบริษัทผลิตสินค้า เราได้ตั้งทีมบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ทางด้านผิวพรรณ และ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชสำอาง ทำการค้นคว้า วิจัยและทดลอง เพื่อพัฒนาเป็นสูตรที่ดีและปลอดภัยที่สุดสำหรับผิวพรรณ ซึ่งจะเน้นสารสกัดจากธรรมชาติเป็นหลัก พร้อมทั้งดูแลการผลิตทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มจนถึงการจัดจำหน่ายและมีอย. รับรอง ที่สำคัญคือ สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคนี้ เช่น การป้องกันช่วงแสงสีฟ้า Blue Light Protection ที่มาจากจอคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในยุคนี้ โดยเฉพาะนักศึกษาและหนุ่มสาวออฟฟิศ เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายกับผิว ซึ่งเชื่อว่าด้วยความที่เราตระหนักถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่จะทำให้สามารถแบ่งส่วนครองตลาดมาได้”

เจาะ GEN Y

โจทย์ที่สำคัญและกลุ่มเป้าหมายหลัก เป็นการเน้นและตั้งเป้าไปที่กลุ่มของ GEN  Y  เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เริ่มบำรุงผิวพรรณ ซึ่งหากผิวที่ได้รับการดูแลที่ดีตั้งแต่เริ่มแรกจะลดปัญหาผิวในระยะยาว เมื่อผิวแข็งแรงในอนาคตเมื่ออายุเริ่มมากขึ้นผิวพรรณได้รับการบำรุงดูแลมาตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ปี มีอาหารผิว วิตามินและสารสกัดที่มีคุณภาพจะช่วยทำให้ผิวพรรณดูดีลดปัญหาริ้วรอย กระ รูขุมขน ซึ่งปัจจุบันมลภาวะในอากาศมีสูงมากส่งผลต่อผิวพรรณจนเกิดปัญหา  ดังนั้นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เน้นสารสกัดจากธรรมชาติที่ป้องกันโดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5  เป็นปัญหาสำคัญ ทางบริษัท จึงนำสารสกัดจากหมู่เกาะฝรั่งเศสจากปล่องภูเขาไฟในน้ำทะเลลึก 4,000  เมตร  จะมีสารสำคัญช่วยป้องกันผิวพรรณจากมลภาวะนี้

รุกออนไลน์

“ช่องทางในการจัดการจำหน่ายสินค้าแบรนด์ 4 MINDSKIN  โดยบริษัทเน้นการขายทางออนไลน์เป็นหลัก โดยมีตัวแทนจำหน่าย เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็ว ลูกค้า อีกทั้งสามารถตรวจสอบได้ การได้เห็นและศึกษาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีบรรจุภัณฑ์สะดุดตา ได้อย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้เราได้มีการแจกจ่ายตัวอย่างสินค้าเพื่อทดลองใช้ไปกับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ สำหรับราคานั้นสามารถจับต้อง ราคาสมเหตุสมผล  และคาดว่าอีก  5 ปี ข้างหน้าบริษัทฯ ตั้งเป้าจะนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์”

ขณะที่ผลิตภัณฑ์ซึ่งขายดีมากๆ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน  คือ  “เจลแต้มสิวอักเสบ” (Herbal Essence Acne) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการอักเสบจากสิว ช่วยบำรุงให้ผิวดูกระจ่างใส อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาตินานาชนิดที่อ่อนโยน และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหน้า ช่วยให้รูขุมขนแลดูเล็กลง ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เนื้อครีมบางเบา ซึมซาบผิวได้ดี ขึ้นอยู่กับบุคคลและสาเหตุของการเกิดสิวซึ่งมักจะเกิดกับกลุ่ม GEN Y  อีกทั้งสภาพอากาศที่รัอนอบอ้าวของประเทศไทยทำให้เป็นแรงขับเคลื่อนให้บริษัทผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้

ผ่าอนาคต

และอีกหนึ่งไฮไลท์ของแผนอนาคตธุรกิจ 4 MINDSKIN  คือ การเปิดโรงงานผลิตสินค้าเอง โดยใช้พื้นที่ในบ้านเกิด คือจังหวัดร้อยเอ็ดโดยใช้เงินทุนถึง  100  ล้านบาท  เป็นฐานการผลิต ซึ่งนับว่าเป็นโรงงานผลิตสกินแคร์แห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถือว่าเป็นการเปิดประตูในการกระจายฐานการผลิตจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล สู่ภาคอิสาน อีกทั้งยังจะเป็นการสร้างและการให้อาชีพกับคนในพื้นที่อีกด้วย มีการแตกไลน์สินค้าออกไปเรื่อย ๆ ที่เตรียมไว้คือ ครีมกันแดด กับสบู่ นอกจากนี้ยังมีโครงการที่จะนำสินค้าสกินแคร์แบรนด์ไทยก้าวสู่ตลาดเออีซี โดยในขณะนี้ได้มีการติดต่อ สปป.ลาว กับกัมพูชาไว้แล้ว  ที่สำคัญเราดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบายของรัฐบาลคือ ไทยแลนด์ 4.0 “มั่นคง มั่งคง ยั่งยืน”  มีการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ และประเทศในลำดับต่อไปที่ต้องการนำสินค้าออกสตลาดมองสาธารณรัฐประชาชนจีน เพราะมีประชากรจำนวนมากและคนจีนนิยมสินค้าไทย

สมการความสำเร็จ

จักรพันธ์   ปิดท้ายสมการความสำเร็จว่า การมีภาวะเป็นผู้นำสูง ที่นอกจากนำตนเองแล้วยังต้องนำทีมงานและคนอื่นๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการทำงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดีแล้ว  การมีความคิดอย่างมีเหตุมีผล คืออะไรใหม่ๆ และ มีความรวดเร็ว เพราะทุกสิ่งในโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมากแทบจะทุกวินาที  หากทุกคนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและสร้างบรรยากาศในการทำงานเป็นทีมเวิร์กได้ การมีทักษะในการสื่อสารที่ดีมีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบและมีความใส่ใจสูงในฐานะผู้ประกอบการ   .ซึ่งทั้งหลายเหล่านี้ล้วนเป็นสูตรสำเร็จและขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

 

รายงานโดย : ศสนันท์ ทองมั่ง
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com