อสังหาฯกำไรโค้งแรกฟื้น เลือก’LPN-AP’โดดเด่นสุด

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า AREA ชี้อุปทานใหม่ไตรมาส 1/62 พุ่ง 1.8% แตะ 27,382 ยูนิต แต่ลดลง 23.6%จากไตรมาสก่อน อัตรา take-up rate อ่อนแอ สวนทางอุปสงค์ผ่านจุดต่ำ โบรกส่องกำไรกลุ่มอสังหาฯโค้งแรกฟื้น PSH – SPALI – LPN ผลงานโตเด่น พร้อมเลือก LPN เป้า 8.60 บาท และ AP เป้า 8.50 บาทเด่น

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า Agency for Real Estate (AREA) รายงานอุปทานใหม่ในช่วงไตรมาส 1/62 อยู่ที่ 27,382 ยูนิต เพิ่มขึ้นแค่ 1.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงอย่างมากถึง 23.6%จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลกับการประกาศใช้มาตรการ LTV ใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อคุมกิจกรรมการเก็งกำไรในตลาดที่อยู่อาศัยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 ส่งผลให้มูลค่าโครงการใหม่ลดลงถึง 49% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 24% จากปีก่อน เนื่องจากราคาขายที่อยู่อาศัยใหม่เฉลี่ยต่อหน่วยลดลงถึง 33.2% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 25.3% จากปีก่อน เหลือแค่ 3.15 ล้านบาทในไตรมาส 1/62 จากที่เฉลี่ย 4.22 ล้านบาทในไตรมาส 1/61 และ 4.72 ล้านบาทในไตรมาส 4/61

ด้านอุปสงค์ อัตรา take-up rate ยังคงอ่อนแออยู่ที่ 33.8% ในไตรมาส 1/62 จาก 59.3% ในไตรมาส 1/61 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่เน้นระบายสต็อกเก่าออกมากกว่าที่จะเน้นทำยอด presales ของโครงการใหม่ เพื่อใช้ประโยชน์จาก pent-up demand ก่อนที่มาตรการ LTV ใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2562 ถึงแม้ว่าอัตรา take-up rate ในไตรมาส 1/62 จะอ่อนแอ แต่ถือว่าอุปสงค์ยังดีขึ้น และช่วงเลวร้ายที่สุดน่าจะผ่านพ้นไปแล้ว เนื่องจากอัตรา take-up rate ดีขึ้นจาก 29.7% ในไตรมาส 4/61

กำไรอสังหายังฟื้น

ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรรวมของผู้ประกอบการแปดรายหลักในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1/62 จะอยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.8% จากปีก่อน แต่ลดลง 27.0% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าโมเมนตั้มของกำไรจะแผ่วลงจากไตรมาสก่อนหน้า หลังจากผ่านช่วงที่ยอดโอนคอนโดมิเนียมสูงตามฤดูกาลในไตรมาส 4/61 ไปแล้ว แต่กำไรยังน่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ผลจากผลการดำเนินงานที่ต่ำกว่าปกติเพราะภาวะตลาดที่เป็นลบในช่วงไตรมาส 1/61

ทั้ง ANAN, LPN, PSH, SIRI และ SPALI มีการโอนโครงการคอนโดมิเนียมกันอย่างคึกคักในไตรมาส 4/61 ขณะที่มีโครงการใหม่ที่โอนในไตรมาส 1/62 น้อยลง ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าโมเมนตั้มของกำไรน่าจะแผ่วลงจากไตรมาสก่อน ในอีกด้านหนึ่ง ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าโมเมนตั้มกำไรของ QH, LH และ AP ซึ่งผลการดำเนินงานส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยโครงการแนวราบน่าจะทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า

ผู้ประกอบการที่กำไรโตมากเทียบจากปีก่อนน่าจะได้แก่กลุ่มที่เน้นตลาด low-end ที่มีวัฏจักรการพัฒนาโครงการสั้น อย่างเช่น PSH, SPALI และ LPN เนื่องจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงต่ำซึ่งส่วนใหญ่จะใช้การจดจำนองเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ โดยลูกค้ากลุ่มนี้น่าจะถูกกระทบมากที่สุดจากข้อกำหนดด้านการจดจำนองที่เข้มงวดขึ้น ดังนั้น จึงเร่งซื้อที่อยู่อาศัยก่อนที่เกณฑ์ใหม่จะมีผลบังคับใช้ทำให้ซื้อไม่ไหว ซึ่งสถานการณ์นี้ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ

LPN-APโดดเด่น

อย่างไรก็ดีแม้ว่าแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2562 จะดูท้าทาย แต่จากการศึกษาวัฏจักรตลาดที่อยู่อาศัยของฝ่ายวิเคราะห์พบกว่าการปรับตัวของอุปสงค์และอุปทานน่าจะชัดเจนมากขึ้นในช่วงกลางปีนี้ ขณะที่ราคาหุ้นในกลุ่มน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฝ่ายวิเคราะห์พบว่ามีการลดอุปทานใหม่ลงอย่างมากในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่าจะช่วยให้ตลาดฟื้นตัวขึ้นได้ และอุปสงค์กับอุปทานสมดุลกันมากขึ้น ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงให้น้ำหนักกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ Overweight โดยเลือก LPN ราคาเป้าหมาย 8.60 บาท และ AP ราคาเป้าหมาย 8.50 บาทเป็นหุ้นเด่นของฝ่ายวิเคราะห์ในกลุ่มนี้

 

รายงาน : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com