SET วันนี้กลุ่มพลังงานตัวประคอง คาดจะอ่อนแรง MTC-TFG เด่น

บทวิเคราะห์ บล.ไทยพาณิชย์ ส่องมุมมองต่อตลาด SET ยังมอง Upside จำกัดบริเวณ 1680-1690 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญและช่วงนี้ดัชนีเคลื่อนไหวทรงตัว เนื่องด้วยกลุ่มพลังงานประคองตลาด ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ เริ่มเผชิญแรงขาย ด้านแนวโน้มในวันนี้ให้ระวังกลุ่มพลังงานที่ประคองตลาดไว้ เริ่มชะลอตัวตามทิศทางราคาน้ำมัน รวมถึง Sentiment เชิงลบจากตัวเลข GDP ใน Q1/62 ของเกาหลีใต้ ซึ่งต่ำกว่าคาด (ส่งออกฉุดการเติบโต) สร้างความกังวลต่อตัวเลข GDP ใน Q1/62 ของไทย ด้านกรอบล่างยังอยู่ที่แนวรับ 1660-1665 จุด ซึ่งหากต่ำกว่า จะเป็นสัญญาณลบ

กลยุทธ์การลงทุน ให้น้ำหนักไปที่การแบ่งขายเพื่อลดพอร์ต หรือเมื่อต่ำกว่า 1660 จุด ส่วนการซื้อช่วงนี้ ใช้การ Selective Buy โดยแนะนำกลุ่มเดินเรือ PSL, PRM, TTA กลุ่มปันผลเด่น ได้แก่ KKP, ROJNA, WHAUP, BAFS ด้าน Stock picks ประจำวัน ได้แก่ MTC และ TFG

ประเด็นหลัก

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบจากกลุ่มพลังงานถ่วง และรองบฯ Big cap DJIA -0.2%, S&P500 -0.2%, NASDAQ -0.2% โดยตลาดได้รับปัจจัยกดดันจากกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบชะลอตัว (EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นกว่าคาดมาก) นอกจากนี้ นักลงทุนในตลาดรอการรายงานผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ (Microsoft และ Facebook รายงานกำไรหลังปิดตลาดสูงกว่าคาด ส่วน Amazon จะรายงานผลประกอบการคืนนี้ในช่วงการซื้อขาย) ดัชนี VIX ปิด +7.0%, MSCI Emerging Market ETF และ MSCI Thailand ETF ปิด -1.4% และ -1.0% ตามลำดับ สร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาดหุ้นภูมิภาค และ SET เช้านี้

GDP ใน Q1/62 ของเกาหลีใต้ต่ำกว่าคาด สร้าง Sentiment ลบต่อ GDP ไทย โดย GDP เกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 1.8% YoY (-0.3% QoQ) ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ +2.4% และชะลอตัวจากไตรมาสที่ 4/2018 ที่เพิ่มขึ้น 3.1% ซึ่งปัจจัยหลักมาจากยอดส่งออกที่หดตัว (ปริมาณส่งออก -2.6% qoq VS -1.5% qoq ใน Q4/61) ฉุดการเติบโต ดังนั้นไทยในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่การส่งออกของเรามีความสัมพันธ์กับการส่งออกเกาหลีใต้ ดังนั้น GDP ไทยในไตรมาสที่ 1 คาดจะอ่อนแอเช่นเดียวกัน (GDP ไทยประกาศวันที่ 21 พ.ค.)

รายงานสต็อกน้ำมันของ EIA ถ่วงราคาน้ำมันให้ชะลอตัว โดย EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 5.5 ล้านบาร์เรล สูงกว่าคาดมาก ซึ่งคาดจะเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรล เป็นปัจจัยถ่วงราคาน้ำมันเมื่อคืน โดย WTI ปิดลบ 41 เซนต์ สู่ 65.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (เช้านี้ยังชะลอตัวต่อ) ซึ่งปรับลงหลังขึ้นไปแตะระดับ 66.60 ดอลลาร์ ทำจุดสูงสุดในรอบ 6 เดือน ทั้งนี้ มุมมองเราคาดราคาน้ำมันดิบ WTI จะมี upside จำกัด บริเวณ 70 เหรียญ ดังนั้น PTTEP ยังแนะนำแบ่งขายทำกำไร และอีกส่วนถือต่อ หากไม่ต่ำกว่า 130 บาท

ติดตามรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐในคืนนี้ ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา รายงานตัวเลขสินค้าคงทนรายเดือนที่รายงานออกมาต่ำกว่าประมาณการ ในครั้งนี้้หากยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน (est. 0.2% vs prev. -0.1%) ออกมาดีกว่าหรือเท่ากับที่คาดการณ์จะช่วยหนุนภาพของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจใน 1Q19 เช่นเดียวกับตัวเลข Advance GDP 1Q19 (est. 2.2% vs prev. 2.2%) ที่จะรายงานในวันพรุ่งนี้

Fund flow ต่างชาติ Long ต่อใน SET50 Futures แต่ Short ใน Single Stock Futures โดยใน SET50 Futures Long สุทธิต่ออีก +5.0 พันสัญญา (MTD Long สะสม +5.6 หมื่นสัญญา) อย่างไรก็ตาม ใน Single Stock Futures มีสถานะ Short สุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 โดยเมื่อวาน Short สุทธิที่ระดับ -4.8 พันสัญญา (MTD Short สะสม -4.5 หมื่นสัญญา) ด้าน SET เมื่อวานกลับมาขายสุทธิเล็กน้อย -504 ลบ.

หุ้น Stock picks ประจำวัน ได้แก่ MTC (รับ 51.00 ต้าน 53.50 cut 49.75) และ TFG (รับ 3.14 ต้าน 3.42 cut 3.00) ตามสัญญาณที่ดีทางเทคนิค

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com