จับตา OSP ‘หยวนต้า’ คาดกำไร 1Q62 สูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส แนะนำ “ซื้อ”

‘หยวนต้า’ ส่อง บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ชี้ 3 เหตุผล เราคงคำแนะนำ“ซื้อ”1)คาดกำไร1Q62 ทำได้ดีต่อเนื่อง +41% YoY ได้แรงหนุนจากงานในมือรถไฟฟ้าสายสีส้ม ชมพู เหลือง 2)โอกาสรับงานใหม่ 2H62 จากภาครัฐที่มีความชัดเจนหนุนจากงานในมือ3) ขยายธุรกิจเตรียมพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส เพิ่มรายได้ค่าเช่าในอนาคต จากการเข้าซื้อหุ้นเพื่อบริหาร โครงการหมอชิต คอมเพล็กซ์ คาดเริ่มเห็นรายได้ในปี 2566ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2562 อยู่ที่ 31 บาท (อ้างอิง PBV +0.5 SD ที่ 4.2 เท่า )

คาดกำไรปกติ 1Q62 เติบโตเด่น YoY
เราคาด STEC มีกำไรปกติใน 1Q62 ราว348 ล้านบาท เติบโต 41%YoYผลจากความคืบหน้าของงานก่อสร้างจากรถไฟฟ้าสายสีส้ม ชมพูและเหลือง รถไฟทางคู่ และงานโรงไฟฟ้า ส่งผลรายได้ 7.5 พันล้านบาท เติบโต 42% YoY ขณะที่มีระดับมาร์จิ้นทรงตัวที่ 7.7% อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบกับรายไตรมาส ปรับลด 19% สาเหตุจากใน 4Q61 มีการรับรู้รายได้จากการเร่งปิดงานเก่าและงานใหม่ค่อนข้างคืบหน้ารวดเร็ว โดยมีรายได้ลดลง19%QoQขณะที่แนวโน้ม 2Q62 ผลประกอบการปกติยังคงเดินหน้าตามความต่อเนื่องของงานอย่างไรก็ดีบริษัทอาจมีการบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานค่าชดเชยการเลิกจ้างและเกษียณอายุตามกฎหมายแรงงาน ราว 50 ล้านบาท (อยู่ระหว่างรอความชัดเจน)

วางแผนขยายธุรกิจใหม่เพิ่มรายได้ระยะยาว
STEC มีแผนเพิ่มรายได้ค่าเช่าจากธุรกิจมิกซ์ยูส จากการเข้าซื้อหุ้น หมอชิตแลนด์ จาก บมจ.ยู ซิตี้ ( U) ด้วยวงเงิน 4.3 พันล้านบาท (เข้าถือหุ้น 100% ทุนจดทะเบียน 805 ล้านบาท จำนวน 29.5 ล้านหุ้น@ 27.25 บาท) ทยอยชำระปีละ 1 พันล้านบาท ถึงปี 2565 เพื่อพัฒนาโครงการหมอชิต คอมเพล็กซ์ บนที่ดิน 63 แปลง ที่ดิน 11 ไร่ เพื่อพัฒนา โครงการก่อสร้างอาคารแฝด สำนักงานให้เช่า 36 ชั้น และชั้นใต้ดิน 3 ชั้น ชั้นบนสุดเชื่อมทำสวนลอยฟ้า ร้านค้าและสกายวอล์คเชื่อม BTS หมอชิต วงเงินลงทุนของโครงการ 7.79 พันล้านบาท คาดแล้วเสร็จและเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2566

คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ”STEC จาก 1)ผลประกอบการ1Q62 เติบโตดีและต่อเนื่องไปช่วงที่เหลือของปี จากงานในมือที่รอรับรู้รายได้หนาแน่นระดับ 1 แสนล้านบาท 2)ในช่วง 2H62 มีประเด็นบวกเรื่องงานใหม่จากภาครัฐที่มีความคืบหน้า เพื่อมาต่อยอดงานในมือ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าทั้งปีรับงานได้ไม่ต่ำกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท 3) แผนการขยายธุรกิจเพิ่มรายได้สร้างความมั่นคงในระยะยาว คาดรับรู้รายได้ปี 2566ส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคต ซึ่งบริษัทมีความพร้อมในการลงทุน ทั้งจากเงินสดในมือ กว่า 7 พันล้านบาท และกระแสเงินสดต่อเนื่องจากกำไรปกติของ STEC ปี 2561-2563 ที่เราคาดมีอัตราเติบโตเฉลี่ย(CAGR) ราว 12% และสถานะการเงินแข็งแรงเป็นNet cashราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2562 อยู่ที่ 31.00 บาท (อ้างอิง PBV +0.5 SD ที่ 4.2 เท่า )

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
ที่มา : บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น

กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com