ORIยอดQ1พีค5.6พันล. ลุ้นกระตุ้นอสังหาดันอีก

ทันหุ้น—ORI ยอดขายไตรมาส1/62 ทะลุ 5.6พันลบ. สูงกว่าเป้า หลังลูกค้าให้การตอบรับแน่น มั่นใจไตรมาส 2/62 โตต่อเนื่อง โครงการบ้านฮอตเพิ่มเป็น7โครงการ ชี้หากรัฐกระตุ้นอีกจะช่วยดันยอดโตต่อเนื่อง ฟากโบรกกำไรแข็งแกร่ง  Backlog มากสุดในอุตสาหกรรม P/E ต่ำ ประเมินราคาเหมาะสมที่ 8.50 บาท

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยบริษัทสามารถทำยอดขายไตรมาส 1/2562 ได้ราว 5.6 พันล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3.5พันล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตในระดับที่ดีต่อเนื่องจากความต้องการของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้น

ซึ่งไตรมาส 1/2562 บริษัทได้เปิดโครงการไปแล้ว 2โครงการ ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียมไนท์บริดจ์ สุขุมวิท – เทพารักษ์ มูลค่า 1,350 ล้านบาท กวาดยอดขายไป 50% ของที่เปิดขาย และ โครงการ บริทาเนีย วงแหวน – หทัยราษฎร์มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท กวาดยอดขายไปกว่า 85%ของที่เปิดขาย ทำให้บริษัทมั่นใจว่ายอดขายจะทำได้ตามเป้าที่ อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 2.75 หมื่นล้านบาท

อีกทั้งในไตรมาส 2/2562 บริษัทมีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 3โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,400ล้านบาท ได้แก่ โครงการ พาร์ค ออริจิ้น ราชเทวี มูลค่าโครงการ 2,900 ล้านบาท โครงการ เคนซิงตัน ดริสทริค ระยอง มูลค่า 500 ล้านบาทและโครงการ ดิ ออริจิ้น รามคำแหง มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาทพร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมออกแคมเปญใหม่เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพได้ง่ายขึ้นด้วย คาดว่าจะเปิดตัวแคมเปญใหม่ได้เร็วๆ นี้

*ดีมานด์ยังสูง

ขณะที่รายได้ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทเชื่อว่าดีมานต์ความต้องการยังสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการบ้านของบริษัทได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก ทำให้บริษัทปรับแผนการเปิดโครงการบ้านเป็น 7โครงการ มูลกค่ารวมกกว่า 8 พันล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะเปิด 4โครงการ มูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท โดยจะเน้นการเปิดโครงการบริเวณ พื้นที่วงแหวนตะวันออก หรือตั้งแต่พื้นที่ลำลูกกา, สายไหม, หทัยราษฎ์, รามอินทราถึงบางนาตราด ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างมาก และตั้งแต่มีการเปิดโครงการได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า โดยแบรนด์บริทาเนีย ถือเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ดังนั้นบริษัทคาดว่าปีนี้จะสามารถทำยอดขายในส่วนของโครงการบ้านไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาท หรือมีโอกาสแตะถึง 4 พันล้านบาท นอกจากนี้คาดว่าภาครัฐบาลจะมีการออกมาตรามากระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งการออกมาตราการนั้นจะผลดีไปยังหลายกลุ่มให้ได้รับประโยชน์ด้วย เช่น กลุ่มรับเหมาเป็นต้น แต่ทั้งนี้ต้องติดตามประกาศที่ชัดเจนอีกครั้ง

“ภาครัฐเองยังมีแนวโน้มจะออกมาตรการใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ระหว่างช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งรวมถึงนโยบายกระตุ้นการซื้อที่อยู่อาศัยด้วย หากมีมาตรการช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ออกมาในเร็วๆ นี้ ก็จะเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคและยิ่งกระตุ้นให้ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโต” นายพีระพงศ์ กล่าว

*กำไรปีนี้แข็งแกร่ง

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์คาด ORI จะมีกำไรที่แข็งแกร่งในปีนี้เพราะมีแบ็กล็อกจำนวนมาก   ฝ่ายมีมุมมองเชิงบวกต่อกลยุทธ์ของ ORI ปีนี้ที่มุ่งเน้นกระจายและจำกัดความเสี่ยง โดย 1) กระจายเปิดโครงการแนวราบมากขึ้น 2)โครงการ Park Origin ลดระดับราคาต่อห้องลง จาก 7 ล้านบาทขึ้นไป เหลือ 4-6 ล้านบาท และลดขนาดโครงการเหลือแห่งละ 3 พันล้านบาทเท่านั้น 3)เลี่ยงการเปิด Mid-end (ราคา 2.5-4 ล้านบาท) คอนโดที่มีปัญหาด้านการซื้อเพื่อลงทุนจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ในมุม Valuation ปัจจุบัน PE อยู่ในระดับต่ำมาก คือ 5.5 เท่า ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท เพื่อรอรับประเด็นบวกทั้ง Presales และ Earnings ที่คาดจะเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลัง