รัฐฉีดยาโด๊ปเศรษฐกิจ ค้าปลีก-ท่องเที่ยว-อสังหา

ทันหุ้น – รองนายกฯ สมคิด สั่ง คลัง ฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยกแผง บริโภค-ท่องเที่ยว-อสังหาริมทรัพย์-ช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย เสนอ ครม.ใน 2 สัปดาห์ เชื่อ มาตรการคืนภาษีกลับมาใช้ทั้งช๊อปช่วยชาติ, เที่ยวเมืองรอง, ต่ออายุ VOA เคาะ CPALL,  BJC,  HMPRO,  COL,  ERW,  MINT, CENTEL, และ AOT รับอานิสงส์

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี สั่งกระทรวงการคลังออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการบริโภค ท่องเที่ยว มาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ และการช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย  โดยให้นำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หลังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เริ่มเห็นสัญญาณภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 2/2562 ชะลอตัว

ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า สศค. คาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ช่วงครึ่งแรกของปี 2562 จะขยายตัวราว 3% ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการระยะสั้นกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างรอรัฐบาลชุดใหม่

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้จัดเตรียมงบประมาณ 2 หมื่นล้านบาทเพื่อดำเนินมาตรการต่าง ๆ ทั้งมาตรการภาษีกระตุ้นด้านท่องเที่ยว โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้สำหรับการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ส่วนด้านการศึกษาก็เตรียมออกมาตรการทางภาษีในลักษณะคล้ายกับมาตรการช็อปช่วยชาติ สำหรับซื้ออุปกรณ์การศึกษา ชุดนักเรียน และพร้อมเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อซื้อเครื่องเขียน และชุดนักเรียนได้อีกด้วย

ด้านมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ กระทรวงการคลังจะให้ธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ช่วยเหลือประชาชนที่ยังมีความต้องการที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่สามารถกู้จากสถาบันการเงินได้ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กำชับให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ

มาตรการเหมาะสมต่อสถานการณ์

นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ว่า กระทรวงการคลังจะพิจารณานำมาตรการเดิมที่เคยใช้กลับมากระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยอีกครั้ง โดยเฉพาะมาตรการลดหย่อนภาษีทั้งการท่องเที่ยว และการซื้อสินค้า

“เนื่องจากเป็นมาตรการระยะสั้น จึงคาดว่ากระทรวงการคลังจะไม่ถึงกับกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างชัดเจน  น่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการที่เคยดำเนินการเพียงปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และใช้กระตุ้นเฉพาะเจาะจงลงไปในจุดที่เหมาะสม เพื่อประคองสภาวะเศรษฐกิจให้ทรงตัว รอรัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินการอย่างเหมาะสมมากกว่า”

ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ คาดหุ้นที่จะได้รับประโยนช์สูงสุดจากนโยบายกระตุ้นการบริโภคภาคประชาชน รวมถึงมาตรการสนับสนุนผู้มีรายได้น้อย อาทิ CPALL ราคาเหมาะสม 82 บาท, HMPRO ราคาเหมาะสม 16.80 บาท, และ BJC ราคาเหมาะสม 60  บาท  สำหรับหุ้นที่น่าจะรับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวคือ AOT ราคาเหมาะสม 78.50 บาท

ชู COL รับอานิสงส์

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด คาดรัฐบาลน่าจะปรับมาตรการช๊อปช่วยชาติมาให้ความช่วยเหลือประชาชนในช่วงเปิดภาคการศึกษา ทั้งให้นำใบเสร็จมาแสดงเพื่อรับคืนภาษี รวมถึงช่วยเหลือค่าอุปกรณ์การเรียนผ่านบัตรสวัสดิการรัฐ  ส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวก็น่าจะเป็นการต่ออายุมาตรการ Visa ON Arrival (VOA)ออกไป ควบคู่กับมาตรการลดหย่อนภาษี

ฝ่ายวิเคราะห์คาดหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์จากมาตรการระยะสั้นครั้งนี้ คือ COL โดยคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี 2562 ที่ 830 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปี 2561 (YoY)  จากธุรกิจ OfficeMate ที่คาดจะกลับมาเติบโตได้ดีหลังจากแก้ไขปัญหาคลังสินค้า การจำหน่ายสินค้าใหม่ทั้ง Horeca และ Medical ขณะเดียวกันยอดขายสินค้าต่อสาขา (SSSG) ของ B2S มีการเติบโตที่ดีกว่าที่คาดจึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 32.50 บาท

ขณะที่มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยคาดว่าหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์คือ MINT, CENTEL, และ ERW