เจาะยุทธศาสตร์ลงทุน PTT โมเดลในบ้านหลังใหญ่ EEC

ทันหุ้น – เปิดเกมลงทุน PTT  ซีอีโอ “ชาญศิลป์” ประกาศชัดทุ่มหนักลงทุน EEC ชี้เปรียบเสมือนบ้าน เอาจริงประมูล 2 ท่าเรือแหลมฉบัง-มาบตาพุด พร้อมเดินหน้าลงทุน EEC ต่อเนื่อง ขณะที่ PTTOR ต้องเลื่อนเข้าตลาดหุ้น 6 เดือน หลังกระบวนการโอนทรัพย์สินยังไม่เรียบร้อย

เดือนเมษายนนี้ ปตท. มีโอกาสเป็นผู้ชนะ 2 โครงการใน EEC นั้นก็คือ 1. โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่ง  PTT โดยบริษัทลูก บริษัทพีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด จับมือ บริษัทกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF  และบริษัทท่าเรือ China Harbour Engineering Company Limited เข้าชิงกับ กลุ่ม บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM มูลค่าราว 1.14 แสนล้านบาท  และ 2. โครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3  มูลค่ารวม 55,400 ล้านบาท ซึ่ง PTT จับมือกับ GULF เข้าประมูลเพียงรายเดียว เหลือแค่คัดคุณสมบัติ

ลงทุน EEC แล้ว 2 แสนล.

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT เปิดเผยว่า ภาพการลงทุนทั้งหมด ของ PTT จะโฟกัสที่พื้นที่ EEC ที่เปรียบเสมือนบ้านของกลุ่ม ปตท. ทั้งในจังหวัดชลบุรี ระยอง ซึ่งบริษัทมีการเข้าไปลงทุนจำนวนมากทั้งโรงแยกแก๊ส โรงปิโตรเคมี โรงกลั่น มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท

การเข้าร่วมประมูลโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3, โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ 3 นับเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความตั้งใจในการลงทุน EEC แต่ยังต้องรอความความชัดเจนว่าทางบริษัทจะได้เป็นผู้ชนะการประมูลหรือไม่

นอกจากนี้บริษัทยังคาดหวังในธุรกิจไฟฟ้า จาก GPSC ซึ่งล่าสุดได้เข้าไปซื้อ GLOW และได้มีการเข้าลงทุนในหน่วยพลังงานไฟฟ้า ของโครงการพลังงานสะอาดของ ไทยออลย์ ซึ่งก็อยู่ใน EEC

ส่วน ปตท. เองก็จะมีการเดินหน้าในโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก เส้นที่ 5 (จ.ระยอง – จ.นนทบุรี) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2564  โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวหนองแฟบ หรือ Nong Fab LNG Receiving Terminal(คลัง LNG แห่งที่2) โดย บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (PTTLNG) เพื่อรองรับการนำเข้าแอลเอ็นจีในปริมาณ 7.5 ล้านตันต่อปี และขยายขีดความสามารถในการนำเข้าแอลเอ็นจีจากเดิมที่ 11.5 ล้านตันต่อปี เพิ่มเป็น 19 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะแล้วเสร็จพร้อมจัดเก็บและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซ เพื่อจัดส่งเข้าโครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติได้ในปี 2565

เดินหน้าลงทุนEECเพิ่ม

นายชาญศิลป์ บอกว่า การลงทุนในพื้นที่ EEC นอกจากจะเปรียบเสมือนบ้าน ยังซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศด้วย  และ ปตท.ก็มองโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ต่อเนื่องอย่าง Gas to Power ,พลังงานหมุนเวียน รวมไปถึงNew S-Curve และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใน EECi

เลื่อนนำ PTTOR เข้าตลาด

ขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)​ หรือ PTT เปิดเผยว่าบริษัทเลื่อนการนำบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่ งประเทศไทย (SET) ไปอีกราว 6 เดือนข้างหน้า จากการแยกกิจการของPTTOR ออกมาจากบริษัทปตท.ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561ที่ผ่านมายังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการโอนมรัพย์สิน โอนสัญญา และโอนคู่ค้า กว่า 1 หมื่นรายการ ปัจจุบันบริษัทดำเนินการโอนทรัพย์สินได้เพียง 80%เหลืออีกจำนวน 20%  จึงคาดว่าจะใช้ระยะเวลาอีก 6 เดือน แต่ยืนยันว่าการล่าช้าดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อ ปตท. เพราะปัจจุบัน ปตท.ยังถือหุ้นใน PTTOR ในสัดส่วน 100%

ทั้งนี้ปัจจุบัน PTTOR มีรายได้กว่า 3 แสนล้านบาท ขณะที่กำไรอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท  โดยกำไรธุรกิจน้ำมันต่อหน่วยอาจจะน้อยซึ่งเป็นปกติตามธรรมชาติ แต่โดยรวม แล้ว PTTOR ยังมีValue และมีมูลค่าของบริษัทเองอยู่  ขณะที่รายได้ของคาเฟ่อเมซอน (Cafe Amazon) รวมแฟรนไชส์ที่ขายที่ผ่านมาคร่าวๆ  ราว1 หมื่นล้าบาท

ส่วนนการขยายสถานีบริการน้ำมันในประเทศ จะยังขยายในรูปแบบของดีลเลอร์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 80% ส่วนการลงทุนของ ปตท.เอง จะเป็นการลงทุนเพื่อสร้างมาตรฐานของสถานีบริการเท่านั้น สำหรับแผนการขยายร้านกาแฟ คาเฟ่อเมซอน (Cafe Amazon) มีการขยายทั้งในสถานีบริการและนอกสถานีบริการ  แต่คาดว่าการขยายนอกสถานีบริการก็อาจจะสูงกว่าในสถานีบริการ เพราะการขยายในสถานีจะต้องสอดคล้องกับกับสถานีปั๊มน้ำมันซึ่งอาจจะไม่สูงเท่าการขยายนอกสถานี ทั้งนี้ปัจจุบัน Cafe Amazon มีสถานีบริการ 1,600 แห่ง และนอกสถานีบริการ 600-700 แห่ง รวมถึงยังมีการขยายในต่างประเทศด้วยที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 200 แห่ง ส่วนการขยายร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ยังไม่มีแผนขยายออกไปนอกสถานีบริการ