กลับมาลุ้น..มาสู้หุ้นกันต่อ

การขับเคลื่อนของตลาดหุ้นไทยในช่วงก่อนวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ยังคงมีความผันผวน แต่ก็แกว่งตัวอยู่ในกรอบ การซื้อขายก็ไม่ได้คึกคักเท่าไหร่นัก นักลงทุนส่วนใหญ่น่าจะเตรียมตัวพักผ่อน เตรียมตัวเดินทางกัน จึงชะลอการลงทุนลงรอให้ผ่านช่วงวันหยุดยาวไปก่อน แล้วค่อยกลับมาสู้กันใหม่

เปิดมาหลังสงกรานต์เรื่องราวการลงทุนในตลาดหุ้นไทยก็มีให้ติดตามกันต่อทันที ผลประกอบการกลุ่มแบงก์ จะเริ่มทยอยประกาศออกมาให้ลุ้นกันว่าจะดีอย่างที่นักวิเคราะห์เค้าว่ากันเอาไว้หรือไม่ ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างคาดว่า รายได้และกำไรของแบงก์จะมีการเติบโตขยายตัวดีขึ้นจากช่วงไตรมาส 4/61 แต่อาจจะไม่โตไปกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากการขยายตัวของสินเชื่อยังเติบโต คุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้นการตั้งสำรองที่ลดลง แต่ยังถูกกดดันจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง จากการยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมออนไลน์ในปีที่ผ่านมมา อีกทั้งการลงทุนจำนวนมหาศาลไปกับระบบออนไลน์เพื่อรองรับการให้บริการดิจิทัลที่กำลังมาแรง

แต่ก็ยังคงเชื่อมั่นว่า แบงก์จะยังคงรักษาความสามารถของการทำกำไรให้เติบโตต่อไปได้ ราคาหุ้นที่มีการอ่อนย้อยคล้อยลงมาก่อนหน้า ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าสะสมเพื่อลงทุนในรอบใหม่ ราคาหุ้นเทียบปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงของแบงก์ยังต่ำกว่าความเป็นจริง ค่าพีอีเรโช ที่ยังต่ำ ผลตอบแทนจากเงินปันผลยังสูง จึงมีความเสี่ยงที่ต่ำในระดับราคาตอนนี้ บางตัวราคายังต่ำกว่าบุ้คแวลู่ อย่าง BBL และ KTB ซึ่งก็เป็นหุ้นเด่นในมุมมองของนักวิเคราะห์ในขณะนี้ด้วยเช่นกัน

จะว่าไปแล้วการลงทุนในตลาดหุ้นนั้นมีความเสี่ยงที่เรามิอาจปฎิเสธได้ การขับเคลื่อนของราคาหุ้นมีทั้งปัจจัยตัวแปรชี้นำ อารมณ์ความรู้สึกของนักลงทุนเข้ามาเป็นส่วนประกอบเสมอๆ ความผันผวนที่เกิดขึ้นพร้อมจะเป็นเชิงบวกหรือลบได้ตลอดเวลา อยู่ที่ปัจจัย ข่าวสาร บรรยากาศและอารมณ์ตลาดในขณะนั้นเป็นบวกหรือลบ  ซึ่งนักลงทุนทั่วไปอาจจะมองเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ มีความเสี่ยงที่สูง แต่ในความเป็นจริงแล้วหากเราพิจารณาบนปัจจัยพื้นฐานของหุ้นอย่างแท้จริง ในทุกมิติ ประเมินมูลค่าในอนาคตได้ ความเสี่ยงที่เห็นก็น่าที่จะเสี่ยงไม่น้อย เพราะโอกาสชนะและได้รับผลตอบแทนที่สูงคุ้มค่ากับการลงทุนครับ

การลงทุนในตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องการแสวงหาผลตอบแทนที่คุ้มค่า ดังนั้นการลงทุนในตลาดหุ้นจึงถือว่าน่าสนใจเข้ามาลงทุน การลงทุนในตลาดทุนเพื่อหวังผลตอบแทนที่ดี และประสบความสำเร็จได้นั้น  นักลงทุนที่ดีควรต้องมีการคัดเลือกมองหาหุ้นจากพื้นฐานของหุ้นที่แท้จริง และประเมินให้รู้ถึงมูลค่าหุ้นในอนาคตเพื่อให้เห็นส่วนต่างของราคาหุ้นในปัจจุบันกับอนาคตที่จะสามารถหวังผลกำไรได้มากน้อยเพียงใด คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ปัจจัยกระทบต่างๆรอบด้าน บนเหตุผลที่รองรับได้

อย่างหุ้น SCC หรือ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย ที่ราคามีการทรุดต่ำลง สวนทางพื้นฐานของบริษัทที่ควรจะเป็น โดยหากพิจารณาในแง่ ค่าพีอีเรโช เพียง 12 เท่า ในแง่ผลการดำเนินงาน ถึงแม้ในปี 61 ที่ผ่านมา SCC ประกาศผลการดำเนินงานมีกำไรสุทธิลดลง เมื่อเทียบปีก่อนก็ตาม แต่ราคาหุ้นที่วิ่งลงดูเสมือนจะตอบรับเชิงลบมากเกินไปหรือไม่ กับบริษัทที่ในแต่ละปีสามารถทำกำไรปีละ 4-5 หมื่นล้านบาท

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ที่มีต่อหุ้น SCC ยังเป็นในเชิงบวก ทั้งราคาหุ้นเป้าหมายที่ให้กันมากกว่า 500 บาท ซึ่งยังสูงกว่าราคาบนกระดานตอนนี้อยู่มากพอสมควรเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมองว่าแนวโน้มการเติบโตของ SCC ยังคงสดใส เนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ของภาครัฐและเอกชนที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี ต่อจากนี้

วันนี้ ราคาหุ้น SCC ที่ปรับตัวลงมาค่อนข้างลึก จะถือเป็นโอกาสที่ดีในการเก็บสะสมหุ้น พื้นฐานดี แข็งแกร่ง มีปันผลตอบแทนในระดับสูง มีการเติบโตของธุรกิจในอนาคต สามารถคาดหวังผลตอบแทนของหุ้น เพื่อการลงทุนในระยะยาวได้ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ