CPN-CENTEL กลับสู่ปกติ ไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ไร้ผล

ทันหุ้น – CPN-CENTEL คืนสู่ปกติเปิดดำเนินการตามปกติแล้ว ยืนยันธุรกิจไม่กระทบจากเพลิงไหม้ เหตุ ทำประกันป้องกันครอบคลุมถึงการเสียรายได้แล้ว ด้านกูรูยังเชียร์ชี้เซ็นทรัลเวิล์ด สัดส่วนรายได้แค่ 7%  ของ CPN แนะ ซื้อ เคาะเป้า 93 บาท ด้านผู้บริหาร CENTEL ชี้นักท่องเที่ยวยกเลิกน้อย-ประกันคลุม มั่นใจปีนี้รายได้เพิ่ม 5% เป้า 46 บาท

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์เพลิงไหม้พื้นที่บางส่วนในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ว่า วันนี้ (12 เม.ย. 62) เซ็นทรัลเวิลด์ ทั้งศูนย์การค้า ออฟฟิศ และโรงแรม พร้อมเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ  เวลา 10.00 น. ภายหลังได้มีการประสานงานร่วมมือกับเจ้าหน้าที่วิศวกรจากสำนักงานโยธา, วิศวกรรมสถาน, สำนักงานเขต, กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่จากกรณีเหตุเพลิงไหม้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์โดยละเอียดเรียบร้อยแล้ว  และได้รับการยืนยันว่ามีความปลอดภัย และมีระบบการจัดการดูแลตามมาตรฐานสากลด้านการป้องกันอัคคีภัย ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้ง ผู้บาดเจ็ด และครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มความสามารถ โดยผู้บาดเจ็บส่วนหนึ่งกลับบ้านได้แล้ว

ขณะที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN แจ้งว่า บริษัทฯ มีวงเงินประกันภัยครอบคลุมความเสียหายสำหรับคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกประเภท (Industrial All RiskInsurance) ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption Insurance) ประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณะ(Public Liability Insurance) และกรมธรรม์อื่น ๆ

นางจิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัย์ ฟินันเซียไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุ เหตุเพลิงไหม้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ไม่ส่งผลต่อการดำเนินงานในระยะยาวของ CPN

“เป็นผลกระทบระยะสั้น ไม่น่าจะส่งผลต่อประมาณการรายได้รวม และศักยภาพการทำกำไรของบริษัท  ส่วนความเสียหายทาง CPN มีการทำประกันภัยครบวงจร ครอบคลุมกรณีที่ศูนย์การค้าต้องหยุดให้บริการอยู่แล้ว”

ฝ่ายวิเคราะห์ ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2562 ของ CPN ที่ 12,011.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปี 2561 (YoY) โดยรวมค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มสูงขึ้นไว้ในประมาณการแล้ว  ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ยังคาดว่ากำไรปกติในปี 2563 จะตเร่งตัวขึ้นเป็น  13,325.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9%  โดยการเติบโตยังคงมาจากการเปิดศูนย์การค้าต่อเนื่องซึ่งปีนี้มีแผนเปิดตัว 3 ศูนย์การค้า ประกอบด้วย อีเกียบางใหญ่ (ร่วมมือกับ IKEA), การเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล ไอ-ซิตี้ ในประเทศมาเลเซีย อย่างเป็นทางการ “แกรนด์โอเพ็นนิ่ง” (GRAND OPENING) ในวันที่ 23 เมษายน 2562 นี้

รวมถึงการเปิดศูนย์การค้า เซ็นทรัล วิลเลจ “ลักชัวรี เอาต์เล็ต” บนพื้นที่ 100 ไร่ ติดสนามบินสุวรรณภูมิ ภายในไตรมาส 3/2562 และมีแผนเปิดให้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาอยุธยาต้นปีหน้า) สำหรับ GLAND บริษัทคาดว่าจะได้ข้อสรุปโครงการบนที่ดินเปล่าของ GLAND ภายในปีนี้ส่วนโครงการ Mixed use ที่ร่วมทุนกับดุสิตธานี (DTC) จะต่อยอดธุรกิจในระยะยาว จึงคงคำแนะนำ ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 93 บาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ข่าวเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่เซ็นทรัลเวิลด์จะกดดันราคาหุ้น CPN ในระยะสั้น แต่เชื่อว่าประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดเหมือนในอดีต ทั้งนี้เซ็นทรัลเวิลด์มีสัดส่วน 10% ของค่าเช่าในปี 2562 และ 7% ของรายได้รวม ซึ่งถือว่าไม่มาก  เมื่อเทียบกับเหตุเมื่อปี 2553 ที่เกิดไฟไหม้และมีการปิดห้างเป็นระยะเวลา 6 เดือน ขณะนี้รายได้ของ CPN ลดลงไปราว 15% แนะนำ “ถือ” มูลค่าเหมาะสมที่ 76 บาท (SOTP)

CENTEL ไม่โดนหางเลข

ขณะที่ ดร.รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL เปิดเผยว่า โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้รับความเสียหาย จึงสามารถเปิดให้บริการกับนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการตามปกติตั้งแต่วานนี้ (11 เม.ย.62)

อย่างก็ดีมีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ไม่สบายใจในการเข้าพักพื้นที่ดังกล่าว จึงได้มีการจัดการโยกให้ไปพักที่โรงแรมเซ็นทรารา ในพื้นที่ลาดพร้าวเป็นการทดแทน ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่ขอยกเลิกการเข้าพักมีตัวเลขที่ค่อนข้างน้อย และบริษัทได้มีการทำประกันเกี่ยวกับค่าเสียโอกาสไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงมองอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นคงไม่มีผลต่อบริษัทแต่อย่างใด

สำหรับผลประกอบการปี 2562 บริษัทเชื่อรายได้รวม คงเป็นตามเป้าที่ตั้งไว้เติบโต 5% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 2.18 หมื่นล้านบาท ผลมาจากการเติบโตทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร ในส่วนธุรกิจโรงแรมในปีนี้คาดอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) จะอยู่ในช่วง 82-85% จากปี 2561 อยู่ที่ 82.6% และคาดรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) จะเติบโตประมาณ 4-6% จากปีก่อน รวมทั้งธุรกิจจะมีโรงแรมแห่งใหม่เข้ามาเพิ่มเติม

แกร่งเป้า 46 บ.

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงราคาเป้าหมายหุ้น CENTEL ไว้ระดับ 46.00 บาท แม้จากข้อมูลล่าสุดจะพบว่าว่าจะมียอดยกเลิกการเข้าพักและมีการ Check Out ก่อนเวลาบางส่วนจากกรณีเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ซึ่งรายได้จากโรงแรม Centara Grand at Central World จะนับเป็น 10% ของรายได้กลุ่ม CENTEL แต่ฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่าผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้จะมีจำกัด  เนื่องจาก CENTEL มีการทำประกันภัยไว้แล้ว

พร้อมกันนี้ตัวอาคารยังไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุดังกล่าว และยังสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ ทางด้านรายได้จากกล่ม MICE คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากช่วงเทศกาลสงกรานต์มักจะไม่มีการจองห้องเพื่อจัดประชุม ทางด้านกลุ่มร้านอาหารของ CENTEL เรายังมองว่า Sentiment ด้านการบริโภคยังคงอ่อนแอ และหากห้าง Central Word หยุดให้บริการนานกว่า 1 วัน อาจมีผลกระทบต่อยอด SSSG ของกลุ่มร้านอาหารเล็กน้อย ดังนั้นเหตุการณ์ดังกล่าวอาจมีผลกระทบเชิงลบต่อ Sentiment หุ้นในระยะสั้น