ไม้นี้ต้องเคาะ – GPSC

ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานปรับตัวลดลงจากแรงกดดันของทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวลดลงจากแรงขายทำกำไร หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีน และฮ่องกง ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุผ่านระดับ 1650 จุดขึ้นมาได้ ยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1700 และ 1730 จุดเป็นเป้าหมายในการปรับตัวเพิ่มขึ้น

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในวันนี้ คือ หุ้น GPSC บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เป็นแกนนำในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้า เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจของกลุ่ม ปตท. (PTT Groups Power Flagship) และอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมถึงการแสวงหาโอกาสการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อก้าวเป็นบริษัทไฟฟ้าชั้นนำด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนในระดับสากล

สำหรับผลประกอบการในงวดปี 2561 ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 25,896 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,359 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.24 บาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานปี 2560 ที่มีรายได้รวม 21,290 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,175 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.12 บาท

นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ GLOW กล่าวในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 62 ในวันนี้ โดยยืนยันว่าการเข้าซื้อกิจการ GLOW นับว่ามีความเหมาะสมนอกจากจะทำให้พอร์ตการผลิตไฟฟ้าของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 4,726 เมกะวัตต์ จากระดับ 1,955 เมกะวัตต์แล้ว ยังจะทำให้เกิดการ Synergy ร่วมกันในอนาคต รวมถึงการนำความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันเพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพและความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันที่ปรึกษาทางการเงินอิสระยังอยู่ระหว่างการพิจารณามูลค่ายุติธรรมของการเข้าซื้อกิจการ GLOW โดยคาดว่าจะรู้ผลหลังการทำคำเสนอซื้อหุ้น GLOW ที่จะเสร็จสิ้นในช่วงกลางเดือน พ.ค.เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่มูลค่ายุติธรรมจะต่ำกว่าราคาที่บริษัทเข้าซื้อหุ้น GLOW ที่เป็นการซื้อจากกลุ่ม Engie ที่ระดับ 91.9906 บาท/หุ้น และทำเทนเดอร์ฯที่ราคา 90.8136 บาท/หุ้น

ส่วนความคืบหน้าแผนการตั้งโรงงานแบตเตอรี่ ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรอนำเซลล์แบตเตอรี่จากเทคโนโลยี 24M ที่ผ่านการทดลองจากห้องแล็ปมาทดลองใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร แต่คาดว่าปีนี้จะเป็นปีที่มุ่งหวังว่าจะพบความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญจากการทดสอบเชิงพาณิชย์ว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ หลังจากนั้นจึงจะพิจารณาว่าจะเดินหน้าหรือไม่เดินหน้าโรงงานต้นแบบด้วยเทคโนโลยี 24M ต่อไป

สำหรับแผนของบริษัทในระยะ 3-5 ปีข้างหน้าจะดูแลบริหารจัดการกิจการของตัวเองและบริษัทในเครือทั้งหมดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะเพิ่งมีการลงทุนขนาดใหญ่ด้วยการเข้าซื้อกิจการ GLOW ขณะเดียวกันก็จะพิจารณาการเติบโตควบคู่กันไปด้วย โดยจะยังคงเป็นการเติบโตตามกลุ่มบมจ.ปตท.(PTT) และการเติบโตตามการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และโอกาสการเติบโตในต่างประเทศ ซึ่งมุ่งให้ความสนใจในเมียนมาและลาว

ขณะที่ล่าสุดที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 62 ในวันนี้อนุมัติการเข้าลงทุนโครงการ Energy Recovery Unit โดยการเข้าซื้อหน่วยผลิตไฟฟ้า (Energy Recovery Unit:ERU) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project : CFP) ของบมจ.ไทยออยล์ (TOP) เพื่อรับโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการ ERU จากไทยออยล์ โดยมีมูลค่าเทียบเท่าทั้งสิ้นไม่เกิน 757 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2.41 หมื่นล้านบาท เมื่อโครงการแล้วเสร็จในไตรมาส 3/66

โครงการ ERU ใช้เชื้อเพลิงหลักคือ กากน้ำมัน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการกลั่นของโครงการ CFP โดยโครงการ ERU มีกำลังการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ติดตั้งประมาณ 250 เมกะวัตต์ และ 175 ตันต่อชั่วโมง

การลงทุนครั้งนี้คาดว่าจะได้รับอัตราผลตอบแทนการลงทุน (IRR) ที่ระดับ 8% โดยโครงการจะมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระหว่างบริษัทในฐานะผู้ขาย และ TOP ในฐานะผู้ซื้อ มีระยะเวลา 25 ปี ซึ่งจะมีราคาค่าไฟฟ้าเชื่อมโยงกับราคาตลาด

ขณะที่การชำระเงินสำหรับการลงทุนโครงการ ERU นั้นจะแบ่งเป็นการชำระ 20% หรือ 137.64 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 4.38 พันล้านบาทใน 4 งวด ตั้งแต่ปี 62,63,64 และ 65 หลังจากนั้นจะชำระ 80% ในวันที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่จะเกิดขึ้นในไตรมาส 3/66

GPSC อยู่ระหว่างเตรียมปรับโครงสร้างทางการเงินใหม่เพื่อรองรับแผนการเข้าซื้อกิจการ GLOW ในกรอบวงเงิน 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งจะมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้น 1 ปี หลังจากนั้นบริษัทมีแผนจะเพิ่มทุนจดทะเบียนไม่เกิน 7.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการในช่วงไตรมาส 3/62 และปรับหนี้ระยะสั้นเป็นหนี้ระยะยาว แต่ยังต้องพิจารณาตามสภาพตลาดในช่วงนั้นว่าจะเป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงิน หรือออกหุ้นกู้ ที่ปัจจุบันกำหนดวงเงินออกหุ้นกู้ได้ไม่เกิน 6.85 หมื่นล้านบาท

GPSC มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus เท่ากับ 68.03 บาท โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 72.00 บาท และมีราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 61.25 บาท

ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิค หลังจากฟื้นตัวเหนือแนวรับของกรอบแนวโน้มขาขึ้น และจุดต่ำสุดเดิม ทำให้แนวโน้มในระยะสั้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 63.00 บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 64.50 เป็นจังหวะขายทำกำไร โดยมีแนวรับที่ 60.00

สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ เทพ คำนวณ