ผู้บริหาร PIMO ยันกอดหุ้นแน่น เดินตามแผนโชว์ออเดอร์ล้นมือ

ทันหุ้น – PIMO ดิ่งฟลอร์ 2 วันซ้อน ฟากผู้บริหาร “วสันต์ อิทธิโรจนกุล” ปัดไม่ทราบสาเหตุ ยันครอบครัวยังถือหุ้นใหญ่ โครงสร้างไม่มีการเปลี่ยนแปลง พร้อมส่งสัญญาณทิศทางธุรกิจฟื้นตัวชัด ราคาต้นทุนวัตถุดิบลดฮวบ แถมออเดอร์นอกล้นทะลัก ด้านโบรกเตือนหลุดแนวรับ 1.70-1.80 บาทให้ cut loss ส่วนแนวต้าน 2.30 บาท

                ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น PIMO เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 มีราคาเปิด 3.82 บาท ระหว่างวันปรับตัวลงต่ำสุด 2.68 บาทและปิดในระดับดังกล่าว โดยลดลง 1.14 บาท หรือ 29.84% จากวันก่อนหน้า ด้วยมูลค่าซื้อขาย 34.39 ล้านบาท และในวันที่ 10 เมษายน 2562 มีราคาเปิด 2.02 บาท ระหว่างวันปรับตัวลดลงต่ำสุด 1.88 บาทและปิดในระดับดังกล่าว โดยลดลง 0.80 บาท หรือ 29.85% จากวันก่อนหน้า ด้วยมูลค่าซื้อขาย 131.35 ล้านบาท

นายวสันต์ อิทธิโรจนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO เปิดเผยว่า

ไม่ทราบว่าทำไมราคาหุ้นร่วงติดฟลอร์เป็นวันที่ 2 แต่ยังคงยืนว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) ยังคงเดิม และไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยครอบครัวอิทธิโรจนกุล ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ PIMO รวมถึงการดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายมอเตอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศ มอเตอร์กำลังสำหรับอุตสาหกรรม และเครื่องสูบน้ำ ยังดำเนินธุรกิจตามปกติ แม้ราคาหุ้นของ PIMO จะปรับตัวลดลงต่ำสุด 1.88 บาท ทั้งนี้ยังยืนยันการดำเนินธุรกิจ เป็นไปตามแผน โดย PIMO ได้รับคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) จากลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง

ใช้กำลังการผลิต 90%

ปัจจุบัน PIMO ยังมีออเดอร์ที่เตรียมผลิตและส่งมอบให้กับลูกค้าใหม่จากต่างประเทศ โดยคาดจะเริ่มสินค้าได้เร็วๆ นี้ ขณะเดียวกัน PIMO มีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 20% เพื่อรองรับออเดอร์จากลูกค้าสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันใช้กำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 80-90% และคาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 20-30 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต

ด้านทิศทางผลประกอบการในปีนี้ PIMO คาดจะฟื้นตัวจากปีก่อนทั้งในแง่ของมาร์จิ้น และยอดขาย เนื่องจากในช่วงไตรมาส 1/2562 ราคาวัตถุดิบค่อนข้างทรงตัว และไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อีกทั้ง PIMO ได้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อผลักดันมาร์จิ้นให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ PIMO กำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจปีนี้ โดยเน้นจำหน่ายสินค้าระบบปั๊มให้กับลูกค้าประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากราคาสินค้าของบริษัทและจีนมีราคาใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ลูกค้าสหรัฐฯ สนใจสั่งซื้อสินค้าจาก PIMO มากขึ้น อีกทั้งสงครามการค้าสหรัฐอเมริกาและจีนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะสนับสนุนให้บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมาการนำเข้า สินค้าจีนถูกปรับภาษีขึ้น 15% และมีแนวโน้มปรับตัวสูงถึง 25% ขณะที่ลูกค้าจากสหรัฐฯ เริ่มให้ความสนใจ และเข้าเยี่ยมชมโรงงาน

ชี้ธุรกิจพ้นจุดต่ำสุด

ในปี 2562 บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 5-10% จากปี 2561 ที่ 569.27 ล้านบาทโดยยอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้นมาจากการส่งออกต่างประเทศ ทั้งนี้คาดสัดส่วนยอดขายต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 40% จากปี 2561 มีสัดส่วนอยู่ราวกว่า 30% ส่วนที่เหลือจะเป็นสัดส่วนยอดขายจากในประเทศ

อีกทั้งบริษัทคาดปี 2562 จะเป็นปีที่ดีสำหรับ PIMO เนื่องจากบริษัทพ้นจุดต่ำสุดในปีที่ผ่านมาแล้ว ประกอบกับราคาวัตถุดิบในปีนี้ อาทิ ราคาทองแดง ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตมอเตอร์จะไม่ผันผวน หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ปัจจัยสงครามการค้าระหว่างอเมริกาและจีนยังเป็นปัจจัยสนับสนุนอีกทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับบริษัท เนื่องจากลูกค้าทางด้านอเมริกาหยุดนำสินค้าเข้าจากจีน ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าในประเทศดังกล่าวหันมาสนใจและมีทิศทางจะสั่งซื้อสินค้า (ออเดอร์) จากบริษัทเพิ่มขึ้น

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ราคาหุ้น PIMO ปรับตัวลดลงมาต่ำกว่าใกล้ราคาก่อนหน้านี้ที่ 1.70-1.80 บาท อย่างไรก็ตามยังคงต้องจับตาดูว่าราคาหุ้นจะหลุดแนวรับ 1.70-1.80 บาทหรือไม่ หากต่ำกว่าแนวรับแนะนำให้ cut loss  ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์มองแนวต้านที่ 2.30 บาท