TPLAS ผุดสินค้ารักสิ่งแวดล้อม ส่งซิกวอลุ่มทำสถิติสูงสุดใหม่

ทันหุ้น –  TPLAS เตรียมออกสินค้าใหม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วงปลายไตรมาส 2/2562 ส่งซิกยอดขายปีนี้ทำนิวไฮ หลัง 3 เดือนแรกวอลุ่มกระฉูด เชื่อกำลังการผลิต 85-90% เพียงพอต่อการรับออเดอร์ รุกขยายฐานลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมใหม่เต็มสูบ

นายธีระชัย ธีระรุจินนท์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมออกสินค้าใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมประมาณปลายไตรมาส 2/2562 คาดจะเริ่มส่งสินค้าทดลองตลาดช่วงเดือนพฤษภาคม และน่าจะเริ่มจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการประมาณปลายไตรมาส 2/2562 ซึ่งบริษัทจะดูวอลุ่มการจำหน่ายสินค้าใหม่ก่อนว่าเป็นอย่างไร หากสินค้าใหม่มีแนวโน้มวอลุ่มดี บริษัทจะลงทุนเพิ่มเครื่องจักร และปรับกลยุทธ์การจำหน่ายสินค้าไปในกลุ่มสินค้าใหม่มากขึ้น เพื่อผลักดันการเติบโตของผลประกอบการ

อุบแผนลงทุนเพิ่ม

“ตอนนี้เรายังอุบแผนการลงทุนเอาไว้ เพราะรอดูสถานการณ์การขายสินค้าใหม่ โดยจะเริ่มทำการตลาดและเริ่มขายเดือนหน้า และเราขอดูทิศทางวอลุ่มสินค้าใหม่ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร หากมีวอลุ่มดี เราอาจจะลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตของสินค้าใหม่ให้มากขึ้น แต่ตอนนี้ยังบอกอะไรมากไม่ได้ คงต้องรอดูวอุล่มและการขายสินค้าก่อน”นายธีระชัยกล่าว

ขณะที่ทิศทางธุรกิจและยอดขายในปีนี้คาดจะเติบโตสูงกว่าปีก่อนที่ 558 ล้านบาท และน่าจะทำสถิติใหม่สูงสุด หรือนิวไฮ ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ตามการขยายฐานลูกค้าและความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ถุงพลาสติก ทั้งนี้ 3 เดือนแรก (ม.ค.-มี.ค.62) วอลุ่มทำนิวไฮทุกเดือน ทำให้บริษัทคาดวอลุ่มช่วงไตรมาส 2/2562 จะเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 1

ทั้งนี้บริษัทยังคงเดินหน้าทำงานตามแผนหลังจากได้รับเงินระดมทุนจากการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO และยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยบริษัทกำลังก่อสร้างโรงงานใหม่ หลังจากนั้นบริษัทจะเพิ่มเครื่องจักร และเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับออเดอร์จากลูกค้า ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตกลุ่มถุงพลาสติกประมาณ 850 ตันต่อเดือน โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 85-90% และกำลังการผลิตฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหารอยู่ที่ 120 ตันต่อปี โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 50-60%

รุกขยายฐานลูกค้า

นายธีระชัย กล่าวต่อว่า บริษัทยังคงมุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มลูกค้าเดิม และขยายฐานไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมรายใหม่ๆ อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรือโมเดิร์นเทรด และโรงแรม เนื่องจากสินค้าชนิดนี้ยังเป็นที่ต้องการของตลาด ด้านอุปโภคและบริโภค  ซึ่งถือว่ามีความต้องการใช้สูง และยังเป็นสินค้าที่สามารถนำมาทดแทนผลิตภัณฑ์เดิมๆที่มีอยู่ในท้องตลาดได้