‘TNDT’ สบช่องตั้งบ.ย่อยอินโด รุกชิงงาน 100 ล้านเติมแบ็กล็อก

ทันหุ้น – TNDT เล็งจัดทัพตั้งบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย หลังเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการต่างชาติขยายธุรกิจ คาดชัดเจนภายในปีนี้ เดินหน้าประมูลงานกว่า 100 ล้านบาท เติมแบ็กล็อกที่มีอยู่กว่า 300 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ากำลังการผลิตโซล่ารูฟท็อปปีนี้มากกว่า 10 เมกะวัตต์

นางสาวชมเดือน ศตวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เอ็น ดี ที จำกัด (มหาชน) หรือ TNDT เปิดเผยว่า บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจตรวจสอบระบบวิศวกรรมที่ต่างประเทศ โดยต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทมีความคืบหน้าในการจัดตั้งบริษัทย่อยที่ประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากทางอินโดนีเซียได้เปิดกว้างให้กับผู้ประกอบการต่างชาติเข้าไปขยายธุรกิจ ทำให้บริษัทสนใจที่จะขยายธุรกิจไปในประเทศดังกล่าว คาดจะเห็นการจัดตั้งบริษัทย่อยได้ภายในปี 2562

ลุยประมูลงานเต็มที่

นอกจากนี้บริษัทได้เตรียมความพร้อมประมูลงานใหม่ที่คาดว่าจะมีออกมาหลายโครงการ มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะพยายามหางานใหม่มาทดแทนงานเก่าที่ถูกรับรู้รายได้ไปในแต่ละไตรมาส ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ(Backlog) อยู่ที่ราว 300 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้บางส่วน

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในปี 2562 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อนที่ 315 ล้านบาท เนื่องจากภาวะอุตสาหกรรมการตรวจสอบระบบวิศวกรรมเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน จากหลายโครงการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับโครงสร้างเหล็ก มีโครงการออกมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะโครงการในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ EEC รวมถึงโครงการสนามบินที่สัตหีบ ทุกๆโครงการมีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่บริษัทดำเนินการอยู่

ตั้งเป้าโซล่าร์เกิน 10 MW

ขณะเดียวกันบริษัทคาดสัดส่วนรายได้ในปีนี้ จะยังมาจากธุรกิจตรวจสอบระบบวิศวกรรมเป็นหลัก อีกทั้งคาด ตั้งแต่ไตรมาส 2/2562 จะรับรู้รายได้จากโครงการโซล่ารูฟท็อปจำนวน 2 โครงการ กำลังการผลิตราว 3 เมกะวัตต์ คาดจะช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทในปีนี้ โดยตั้งเป้าจะมีกำลังการผลิตจากโซล่ารูฟท็อปมากกว่า 10 เมกะวัตต์

“ผลประกอบการปีนี้เริ่มจะเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยคาดรายได้ปีนี้น่าจะสูงกว่าปีก่อนจากการรับรู้รายได้ Backlog ที่มี โดย 3 เดือนแรกของปีนี้เราสามารถหางานเข้ามาได้ถึง 300 ล้านบาท ส่วนต่อจากนี้คาดจะมีงานออกมาเพิ่มขึ้นหลายโครงการ มูลค่ารวมน่าจะเกิน 100 ล้านบาท ขณะเดียวกันผลประกอบการปีก่อนที่ออกมาติดลบเป็นเราตั้งสำรองหนี้จากลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระเงินให้กับเราได้”นางสาวชมเดือนกล่าว