TTCLลุ้นผลงานพลิกบวก-จ่อเซ็นขายไฟในเมียนมา

ทันหุ้น – TTCL จ่อเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในประเทศเมียนมา โครงการส่วนต่อขยาย 380 เมกกะวัตต์ พร้อมจับมือพันธมิตรลุยประมูลงานปิโตรเคมีมูลค่า 7,000 ล้านบาท คาดสรุปทั้ง 2 โครงการไตรมาสที่ 2/2562  เตรียมแผนรอยื่นประมูลงานทั้งในประเทศและต่างประเทศมูลค่ารวมกว่า 52,000 ล้านบาท มีลุ้นปีนี้ผลงานพลิกบวก

แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรม กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจบริษัท ทีทีซีแอล จำกัด (มหาชน) หรือ TTCL โดยมองว่าภาพยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องตามแผนงานที่บริษัทวางไว้ และเริ่มมีสัญญาบวกจากปริมาณงานที่เข้ามามากยิ่งขึ้นตั้งแต่ในช่วงปี2561ที่ผ่านมา ซึ่งแผนงานหลังจากนี้คาดว่าบริษัทเตรียมที่จะเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA)ในการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้า Ahlone ในประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายราว 380 เมกะวัตต์  จากปัจจุบันโรงไฟฟ้า Ahlone โครงการแรก มีกำลังผลิต 121 เมกะวัตต์

หลังจากนั้น บริษัทจะเดินหน้าเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อทำโปรเจคไฟแนนซ์(Project Finance) คาดว่าจะใช้เวลาราว 6 เดือน และใช้เวลาก่อสร้างโรงไฟฟ้าประมาณ 28 เดือนซึ่งที่ผ่านมาบริษัทก็ได้มีการทำประชาพิจารณ์ในประเทศเมียมาก่อนการก่อสร้าง  พร้อมเตรียมเซ็นสัญญางานก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมี ร่วมกับพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่นบริษัท SoJitz Corporation จากการเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 9.09% มูลค่า 7,000 ล้านบาท คาดว่าทั้ง 2 โครงการจะได้ข้อสรุปในช่วงไตรมาสที่ 2/2562 นี้

จ่อคิวประมูลงาน

นอกจากนี้บริษัทยังมีงานที่อยู่ระหว่างยื่นประมูลทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งไม่รวมจากงานที่กล่าวมาข้างต้นอีกมูลค่า 52,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าบริษัทจะได้รับงานประมูลดังกล่าวประมาณ 17,500 ล้านบาท โดยคิดจากสถิติการเข้าประมูลซึ่งบริษัทจะชนะงาน 2 ใน 3 ของมูลค่ารวมต่อการเข้าประมูล โดยคาดว่าจะเริ่มได้ข้อสรุปงานใหม่เข้ามาตั้งแต่ในช่วงกลางปีนี้ ไปจนถึงครึ่งปีหลัง2562 และในส่วนของงานที่เข้ามาใหม่บริษัทคาดว่าจะรับรู้เข้ามาเป็นรายได้ปีนี้ประมาณ 15%

ขณะที่ปริมาณงานในมือ (Backlog) ปัจจุบันอยู่ที่ 17,700 ล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้จากปริมาณงานในมือปีนี้ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาท

ลุ้นผลงานพลิกบวก

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานทั้งปี2562 บริษัทประเมินว่าการเติบโตจะดีกว่าปี2561 ที่ผ่านมาที่มีรายได้ 9,055.45 ล้านบาท และมีผลขาดทุน 1,979.73 ล้านบาท เนื่องจากความชัดเจนทางการเมืองในประเทศ อีกทั้งจากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์หลายฝ่ายที่ออกมาประเมินทิศทางธุรกิจ พบว่าจะเป็นไปในทิศทางบวกมากขึ้น เเละจะหนุนให้มีธุรกิจของบริษัทที่เป็นผู้ประกอบการด้าน EPC เเละมีกลุ่มลูกค้าหลักรายใหญ่ของประเทศ อาทิ PTT SCG เป็นต้น

และในปี2562บริษัทไม่ได้มีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเหมือนที่ผ่านมา จากโครงการ Rock Salt ในประเทศลาว ที่ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายเพียงครั้งเดียว และการตั้งสำรองอื่นๆ  จึงทำให้ปี 2561 ที่ผ่านมาบริษัทมีผลดำเนินการขาดทุน อย่างไรก็ดีทางบริษัทมีความมั่นใจว่าในปี 2562 จากการรับรู้รายได้ของงานในมือ(Backlog) และการรับรู้รายได้จากงานที่เข้ามาใหม่ จะทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ในปีนี้