CMC เปิดโครงการใหม่ 1.6 พันล. หวังโกยยอด 40%- เจาะไฮเอนด์

ทันหุ้น – CMC ประเดิมเปิดโครงการแรกปีนี้ 1.6 พันล้านบาท เน้นขายลูกค้าไฮเอนด์ เล็งโกยยอด 40% จากทั้งหมด 9 โครงการ มูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ด้านผู้บริหารเดินหน้าลุยงานตามแผน ปั๊มรายได้แตะ 3 พันล้านบาท หรือโต 50%

นายแพทย์วิเชียร แพทยานันท์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดตัวโครงการใหม่ มูลค่า 1.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็น 1 ใน 9 โครงการที่บริษัทจะเปิดภายในปีนี้ โดยบริษัทเปิดให้ลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์(High-end)) เข้าชมและจองโครงการก่อน เบื้องต้นบริษัทคาดจะมียอดขายให้กับกลุ่มไฮเอนด์ประมาณ 40% ส่วนอีก 60% จะเป็นกลุ่มลูกค้ารายย่อยทั่วไป ทั้งนี้บริษัทกำหนดระยะเวลาในการเปิดจองโครงการดังกล่าวให้กับกลุ่มไฮเอนด์ เป็น 3 เดือนนับจากนี้

ลุยเปิดโครงการเต็มที่

อย่างไรก็ดีในครึ่งปีแรกของปีนี้ บริษัทจะเปิดโครงการทั้งหมด 5 โครงการ มูลค่า 5 พันล้านบาท จากทั้งหมด 9 โครงการ มูลค่าเกือบหมื่นล้านบาท ทั้งนี้บริษัทมองระยะสั้นจะได้รับผลกระทบจากการแข่งขันทางด้านราคาจากคู่แข่ง เนื่องจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายแข่งขัน และต้องการขายโครงการที่มีอยู่ให้หมดสต็อกเร็วที่สุด ขณะที่มาตรการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติมีนโยบายมาตรการควบคุมสินเชื่อบ้าน หรือ LTV นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไปนั้น บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

ส่วนช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะทยอยเปิดโครงการใหม่อีก 4 โครงการตามแผน สำหรับในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตราว 50% หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นมาที่ 3 พันล้านบาท โดยการเติบโตดังกล่าวจะมีสัดส่วนมาจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายราว 2.7 พันล้านบาท หรือราว 90% และรายได้จากรับเหมาก่อสร้างราว 300 ล้านบาท หรือราว 10%

ตั้งเป้ายอดขาย 5 พันล.

สำหรับรายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายนั้น ปัจจุบันบริษัทมีโครงการพร้อมขายอยู่ราว 3.2 พันล้านบาท โดยตั้งเป้าจะขายและโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้ 1.2-2 พันล้านบาท อีกทั้งบริษัทมีโครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างแล้ว 70-80% และน่าจะแล้วเสร็จพร้อมขายและรับรู้รายได้ในปีนี้ 500 ล้านบาท และบริษัทตั้งเป้ายอดขายราว 5 พันล้านบาท

พร้อมกันนี้บริษัทยังมีที่ดินรองรับการพัฒนาอย่างน้อย 5 ปี ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่สำหรับพัฒนาโครงการในมือแล้ว 120 ไร่ ทั่วทั้งเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งยังไม่รวมกับที่ดินที่จะเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ และบริษัทวางงบลงทุนอีกราว 1-2 พันล้านบาท เพื่อ ใช้ในการซื้อที่ดินใหม่

ส่วนรายได้อีก 300 ล้านบาท จะมาจากงานรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบันมีงานในมือ(Backlog) ราว 200 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ในปีนี้ทั้งหมด และอยู่ระหว่างประมูลงานใหม่ราว 700-800 ล้านบาท จะทยอยรู้ผลประมูลงานต่อเนื่อง ซึ่ง ในปีนี้บริษัทวางเป้าจะประมูลงานราว 1.2-2 พันล้านบาท โดยเน้นงานที่เป็นโครงการของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล โรงเรียน และมหาวิทยาลัย ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ว่าจ้าง