SNAPSHOT : PSTC

PSTC บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)

Company Background

การประกอบธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย แบ่งตามประเภทธุรกิจ 3 ประเภท ได้แก่

  1. ธุรกิจออกแบบ จำหน่ายและติดตั้งระบบไฟฟ้าและตรวจวัดจัดการสภาพแวดล้อม ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ระบบประหยัดพลังงาน และบริการออกแบบทางวิศวกรรม
  2. ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล และพลังงานชีวภาพ
  3. ธุรกิจจำหน่ายและขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเหลว

Key Development of Company

มกราคม 2562     บริษัท บิ๊กแก๊ส เทคโนโลยี จำกัด (“BIGGAS”) ได้รับชำระค่าหุ้นจากการจำหน่ายไปของหุ้นสามัญ บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (“TPN”) ครั้งสุดท้าย จำนวน 568,044 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 4.2 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ (“TPN”) ในราคาประมาณ 234 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2562 ที่ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีมติให้ความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการขยายระบบการส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (“โครงการระบบท่อขนส่งน้ำมันฯ”) ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (“TPN”) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ธันวาคม 2561     บริษัท บิ๊กแก๊ส เทคโนโลยี จำกัด (“BIGGAS”) (บริษัทย่อย) ได้รับชำระค่าหุ้นจากการจำหน่ายไปของ หุ้นสามัญบริษัท ไทย ไปป์ ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (“TPN”) ครั้งที่ 1 จำนวน 511,956 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 3.8 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของTPN ในราคาประมาณ 212 ล้านบาท

บริษัทจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วจากเดิม 654,645,768.70 บาท เป็น 655,525,916.20 บาท จากการ ใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ (PSTC-WA) ของผู้บริหารและพนักงานของบริษัท จำนวน 8,801,475 หุ้น(มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท)

บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (“TPN”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน  1,050,000,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 300,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 1,350,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 10,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 เพื่อใช้ในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในโครงการระบบท่อขนส่งน้ำมันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ TPN

สิงหาคม 2561     บริษัทจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วจากเดิม 644,160,268.70 บาท เป็น 654,645,768.70  บาท จากการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ (PSTC-W1)

มิถุนายน 2561     บริษัท ไทยไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ได้ออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 2 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายต่อ บริษัท บิ๊กแก๊ส เทคโนโลยี จำกัด ในฐานะผู้ถือหุ้นเดิมในราคาพาร์หุ้นละ 100 บาท เป็นเงิน 200 ล้านบาท

Business Plan

  1. ธุรกิจออกแบบจำหน่ายและติดตั้งระบบไฟฟ้าและตรวจวัดจัดการสภาพแวดล้อม ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ระบบประหยัดพลังงาน และระบบออกแบบทางวิศวกรรม โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตร้อยละ 20-25 สำหรับปีการดำเนินงาน 2562
  2. พัฒนาปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถลดต้นทุนการผลิตเพื่อให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น
  3. ธุรกิจจำหน่ายและขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเหลว แบ่งประเภทธุรกิจได้ดังนี้

– ธุรกิจจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ก๊าซธรรมชาติ (NGV) และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ตั้งเป้าหมายที่จะเติบโตร้อยละ 30 ภายในปี 2562

– ธุรกิจวิศวกรรมพลังงานด้านท่อส่งแก๊ส และสถานีบริการก๊าซ

– ธุรกิจท่อขนส่งน้ำมันเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทาง 350 กิโลเมตร  คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2564

Investment Highlight

  • ตั้งเป้าหมายจะมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) จำนวน 70 เมกะวัตต์ภายในปี 2562 และจำนวน 200 เมกะวัตต์ภายในปี 2565
  • 2562-2563 โครงการ SPP Hybrid Firm
  • 2561-2564 โครงการท่อขนส่งน้ำมันเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทาง 350 กิโลเมตร

PSTC ปั๊มสินทรัพย์ชน 2 หมื่นล. เตรียมยกชั้นย้ายเข้าเทรด SET

ทันหุ้น – บิ๊กบอส PSTC “พระนาย กังวาลรัตน์” กางแผนงานระยะยาว ดันรายได้แตะ 8 พันล้านบาทในปี 65 เชื่อสินทรัพย์วิ่งชน 2 หมื่นล้าน เปรยแผนเตรียมยกชั้นย้ายเข้า SET หวังเพิ่มสภาพคล่อง ลดข้อจำกัดการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ สบช่องลุยโซล่าร์ต่างแดน จ่อประกาศข่าวดีเร็วๆ นี้

ดร.พระนาย กังวาลรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTC ผู้ออกแบบ จำหน่ายและติดตั้งระบบจ่ายไฟฟ้าและตรวจวัดจัดการสภาพแวดล้อม รวมถึงผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือกที่ครอบคลุมทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวภาพ พลังงานชีวมวล พลังงานลมและพลังงานขยะ  เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าภายในปี 2565 จะมีรายได้เพิ่มขึ้นแตะ 8 พันล้านบาท จากสิ้นปี 2561 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 2.98 พันล้านบาท โดยการเติบโตดังกล่าวจะมาจาก 4 ธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจการออกแบบ ติดตั้งระบบจ่ายไฟฟ้า 2.ธุรกิจพลังงานทดแทน 3.ธุรกิจ Oil&gas และ4.ธุรกิจขนส่งน้ำมัน และบริษัทคาดสินทรัพย์ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นไปแตะที่ 2 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่ 6.29 พันล้านบาทในปี 2565 เช่นเดียวกัน

ยกชั้นเข้าเทรด SET

พร้อมกันนี้บริษัทมีแผนจะย้ายหลักทรัพย์ PSTC เข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปี 2563จากปัจจุบันหลักทรัพย์ PSTC ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง และลดข้อจำกัดในการเข้าลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนสถาบัน

ขณะที่ทิศทางผลประกอบการไตรมาส 1/2562 คาดจะเติบโตสูงกว่าช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยการเติบโตดังกล่าวมาจากทุกๆ ธุรกิจ ส่วนภาพรวมทั้งปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 20-25% จากปีก่อน 2.98 พันล้านบาท โดยแบ่งเป็น การเติบโตจากธุรกิจแรก หรือการติดตั้งระบบจ่ายไฟฟ้า คาดจะเติบโต 15-20% จากการทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ราวพันล้านบาท

ลุยพลังงานต่างแดน

ธุรกิจที่สอง หรือธุรกิจพลังงาน จะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ หรือ COD อีก 5.6 เมกะวัตต์ในไตรมาส 2/2562 ทำให้ในปีนี้คาดจะมีกำลังการผลิตที่ COD ทั้งหมด 35.6 เมกะวัตต์ จากใบอนุญาตหรือ PPA ที่มีทั้งหมด 70 เมกะวัตต์ พร้อมกันนี้บริษัทมีแผนจะขยาย Private PPA หรือโครงการติดตั้งโซล่ารูฟท็อปบนหลังคาให้กับลูกค้าโดยตรง โดยตั้งเป้าจะมีกำลังการผลิตที่ 20 เมกะวัตต์ในปีนี้ และคาดจะมีกำลังการผลิตครบ 100 เมกะวัตต์ในอีก 3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้บริษัทวางงบลงทุนสำหรับการขยาย Private PPA ไว้ที่ 400-500 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะขยายธุรกิจพลังงานทดแทนไปต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลในการลงทุน สำหรับรูปแบบพลังงานทดแทน คาดจะเป็นการขยายโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซล่าร์ฟาร์ม คาดจะเห็นความชัดเจนภายในเร็วๆ นี้

ส่วนธุรกิจที่สาม หรือธุรกิจจำหน่ายและขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเหลว ซึ่งได้เข้าถือหุ้นใน บริษัท บิ๊กแก๊ส เทคโนโลยี จำกัด (BIGGAS) จำหน่ายก๊าซ LPG และ NGV เบื้องต้นคาดการเติบโตจะอยู่ที่ 25% รวมถึงการจำหน่ายก๊าซ LNG คาดในปีนี้ยอดขายอยู่ราว 100 ล้านบาท สำหรับการเติบโตดังกล่าวจะมาจากการเติบโตในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ภาคยานยนต์ยังคงทรงตัว

โบรกสแกน PSTC แนะ “ซื้อ” เข้าพอร์ต เคาะเป้า 0.77 บาท

ทันหุ้น – โบรกส่องกล้อง “PSTC” เดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง หนุนรายได้-กำไรโตแรง แนะ “ซื้อ” เคาะเป้าหมายปีนี้ที่ 0.77 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินทิศทาง บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด(มหาชน) หรือ PSTC

ว่า นอกจากจะมีโรงไฟฟ้าที่เข้ามาหนุนรายได้ในปี 2562 แล้ว บริษัทลูก BGT ยังได้เป็นตัวแทนจำหน่าย LNG จาก ปตท. ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้และกำไรในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีโครงการท่อส่งน้ำมันไปภาคอีสานที่คาดว่าจะรู้ผล EIA ในต้นปี 2562 โดยหากไม่ล่าช้าคาดว่าจะเห็นรายได้ในปี 2565 เต็มปีถึงราว 1.5 พันล้านบาท เราให้ราคาเป้าหมายอิงวิธี SOTP ที่ 0.77 บาท โดยราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงมาไม่สะท้อนพื้นฐานธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตที่สดใส จึงเริ่มต้นแนะนำ PSTC ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ”  ประเมินราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ 0.77 บาท

มุ่งสู่พลังงานครบวงจร

PSTC ก่อตั้งเมื่อปี 2544 มีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจออกแบบ จำหน่ายและติดตั้งระบบไฟฟ้า ต่อมาได้ลงทุนเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนประเภทต่างๆ ทั้ง Solar, Biomass และ Biogas จึงทำให้รายได้ในช่วงก่อนหน้าเติบโต และในปี 60 รายได้เติบโตกว่าเท่าตัว เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น บวกกับมีการเข้าซื้อธุรกิจของ Biggas (BGT) ซึ่งทำธุรกิจจำหน่ายและขนส่งปิโตรเลียมเหลว ในสัดส่วน 51% ทำให้รายได้รวมเติบโตขึ้นมากหลังมีการรวมงบการเงิน

ในปี 61 บริษัทมีการรวมรายได้ของสถานีบริการก๊าซ NGV ของ JN (BGT เข้าซื้อหุ้น 100% เมื่อ ม.ค. 61) และยังมีโรงไฟฟ้าชีวมวล ARW ขนาด 4 เมกะวัตต์ COD ในปีดังกล่าว ขณะที่ในปี 62 บริษัทตั้งเป้าจะดำเนินการขายก๊าซ LNG ให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมที่อยู่นอกแนวท่อส่งก๊าซ หลัง ปตท. ได้แต่งตั้ง BGT เป็นตัวแทนจำหน่ายก๊าซ LNG นอกจากนี้ยังมีรายได้จากโรงไฟฟ้า 3 แห่ง ได้แก่ KPP (SCOD 4Q18) SYS (SCOD 4Q18) และ ARW* (SCOD 2019) กำลังการผลิตรวม 9.6 เมกะวัตต์ เข้ามาหนุน ทำให้เราคาดรายได้ปี 62-63 จะเติบโต 18% และ 15% ตามลำดับ ซึ่งจะหนุนให้กำไรเติบโต 87% และ 51% ตามลำดับ

ธุรกิจ LNG สดใส

ธุรกิจจำหน่าย LNG มีศักยภาพในการเติบโตที่ค่อนข้างสดใสในระยะยาว เนื่องจากแผนการจัดการก๊าซธรรมชาติของภาครัฐสนับสนุนการใช้ LNG เพื่อทดแทนพลังงานเดิม บวกกับความต้องการ LNG ในภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก LNG ให้ค่าความร้อนที่สูงกว่า เผาไหม้สะอาดกว่า และยังมีต้นทุนที่ต่ำกว่าพลังงานอื่น

สำหรับโครงการท่อส่งน้ำมันไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ TPN (BGT ถือหุ้นสัดส่วน 92%) เป็นโครงการใหญ่มูลค่าลงทุน 9.2 พันล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผล EIA ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลช่วงต้นปี 62 และจะเริ่มดำเนินการได้ใน 4Q64 ทั้งนี้เราคาดว่าหลังดำเนินการเต็มปีจะสามารถสร้างรายได้เข้ามาได้ถึง 1.5 พันล้านบาท และยังมีโอกาสที่จะต่อท่อขนส่งน้ำมันไปยัง สปป.ลาว (เป็นเส้นทางต่อเนื่องกัน) ซึ่งจะช่วยเพิ่มการขนส่งน้ำมันผ่านท่อดังกล่าวในอนาคต