TASCO

ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานเคลื่อนไหวในกรอบแคบบริเวณ 1630 จุด หลังจากพยายามฟื้นตัวกลับขึ้นไป แต่ยังถูกแรงกดดันเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ต่อรองกันไปมา ทำให้ตลาดหุ้นยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตาม ถ้าสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ตลาดหุ้นไทยน่าจะตอบรับในเชิงบวก

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในวันนี้ คือ หุ้น TASCO บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ยางมะตอยสำหรับนำไปใช้ในการก่อสร้างถนนและซ่อมบำรุงผิวการจราจร ทางยกระดับ ผิวทางวิ่งขึ้นลงของสนามบิน ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคกลุ่มบริษัทฯ ยังได้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังผู้นำเข้าและผู้รับเหมาก่อสร้างและซ่อมบำรุงถนนในทวีปแอฟริกา โอชีเนียและอเมริกาเหนือ

สำหรับผลการดำเนินงานปี 61 มีกำไรสุทธิ 564 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.36 บาท กำไรลดลงเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานปี 60 ที่มีกำไรสุทธิ 2,537 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.63 บาท

นายชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 62 ที่ระดับ 1.9 ล้านตัน จากปีก่อนทำได้ราว 1.54 ล้านตัน โดยแบ่งเป็นยอดขายในประเทศราว 4.7-4.9 แสนตัน ส่วนที่เหลือเป็นยอดขายต่างประเทศ หลังเชื่อว่าจะได้รับน้ำมันดิบจากประเทศเวเนซูเอล่าตามแผนอย่างน้อย 1 ลำเรือต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันได้สัญญาการส่งมอบ (commitment) แล้วถึงเดือนพ.ค.62 หรือรวม 5 ลำเรือ ส่งผลให้คาดว่าธุรกิจยางมะตอยจะสามารถฟื้นตัวได้สู่สถานการณ์ปกติ และคาดว่ายอดขายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้จะดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนด้วย

สำหรับยอดขายในประเทศจะมีการเติบโตจากความต้องการใช้ยางมะตอยในประเทศที่เพิ่มขึ้น จากงบประมาณภาครัฐประจำปี 62 ที่สูงขึ้นในการซ่อมและสร้างถนน ส่วนตลาดต่างประเทศมองว่าจะมีปริมาณขายสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา จากบริษัทมีฐานลูกค้าค่อนข้างกว้างโดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคาดว่าจะได้รับน้ำมันดิบอย่างสม่ำเสมอและโรงกลั่นของบริษัทที่มาเลเซียผลิตยางมะตอยได้ตามแผน

ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติมสำหรับการเพิ่มกำลังการผลิตอีกเท่าตัว ซึ่งมองว่ามีโอกาสเสนอคณะกรรมการบริษัทในช่วงเดือนส.ค.62 หากมีการส่งมอบน้ำมันดิบได้อย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 1 ลำเรือต่อเดือน โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 150-200 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ดี อีกปัจจัยประกอบการพิจารณาเพื่อเสนอคณะกรรมการคือการขยายสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบที่จะสิ้นสุดในสิ้นปี 63

นอกจากนี้ สำหรับเหตุการณ์เพลิงไหม้ถังเก็บน้ำมันดิบ บริษัทมองว่าจะไม่ส่งผลกระทบมาถึงปีนี้อย่างแน่นอน โดยบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทประกันภัยและส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน คาดว่าจะสามารถสรุปได้ในไตรมาสที่ 2/62 ซึ่งบริษัทคาดหวังได้รับค่าสินไหมทดแทนสำหรับการสร้างถังเก็บน้ำมันจำนวน 2 ถัง, น้ำมันดิบที่ถูกเพลิงไหม้ในช่วงเวลาดังกล่าวทั้งหมด และค่าใช้จ่ายสำหรับการดับเพลิง คิดเป็นมูลค่ารวมราว 358 ล้านบาท อย่างไรก็ดี บริษัทมีการเรียกร้องเพิ่มเติมสำหรับค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบดับเพลิงใหม่ด้วย

ปัจจุบันบริษัทมีถังเก็บน้ำมันดิบจำนวน 8 ถัง เกิดเพลิงไหม้ทั้งหมด 2 ถัง คาดว่าจะใช้เวลาในการสร้างถังใหม่ขนาดใหญ่กว่าเดิมราว 12-15 เดือน และเกิดเพลิงไหม้บางส่วน 1 ถัง ซึ่งคาดว่าใช้เวลาซ่อมแซมราว 9 เดือน ส่งผลให้คาดว่าภายในไตรมาสที่ 2/63 จะมีกำลังการจัดเก็บเพิ่มขึ้นอีกราว 2 หมื่นตัน

TASCO มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก SAA Consensus เท่ากับ 16.40 บาท โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 17.00 บาท และมีราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 14.50 บาท

ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิคเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 16.80 เข้าใกล้แนวต้านของกรอบแนวโน้มขาขึ้น ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 16.80 และ 17.20 โดยมีแนวรับสำคัญที่ 15.00 ถ้าหลุดจะมีแนวรับถัดไปที่ 14.50 ตามกรอบแนวโน้มขาขึ้น

สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ เทพ คำนวณ