PTGขายแฟรนไชส์ร้านกาแฟ ปั๊มยอดขายปีนี้แตะ650ล้าน

ทันหุ้น – PTG ส่งซิก Q1/2562 ฟอร์มแจ่ม รับดีมานด์พุ่ง-ค่าการตลาดเข้าสู่โหมดปกติ พร้อมย้ำเป้าปีนี้รายได้ตามเป้า 1.4-1.5 แสนล้านบาท รับธุรกิจทุกไลน์โตต่อเนื่อง แถมแตกไลน์ขายแฟรนไชส์พันธุ์ไทย-คอฟฟี่เวิร์ด หวังอัพรายได้ธุรกิจกาแฟปีนี้แตะ 650 ล้านบาท ดันยอดขายธุรกิจ Non-Oil เติบโต 50-60%

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า บริษัทคาดผลงานในไตรมาส 1/2562 น่าจะเติบโตต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ราว 2.47 หมื่นล้านบาท หลังยอดขายน้ำมันช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ปีนี้มีอัตราการขยายตัวสูงถึง 18-19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อเทียบกับช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ปี 2561 ที่มีอัตราการขยายตัวของยอดขายน้ำมันอยู่ที่ราว 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับทิศทางของค่าการตลาดกลับมาสู่ภาวะปกติที่เฉลี่ย 1.70-1.80 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของ PTG แบ่งเป็น ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมัน รวมถึงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องประมาณ 96-97%, ธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน (Non-Oil) อยู่ที่ราว 3-4% ซึ่งหากจำแนกโครงสร้างกำไรของบริษัทนั้นราว 90% มาจากธุรกิจน้ำมัน ส่วนที่เหลือมาจาก Non-Oil

*ปีนี้รายได้ตามฝัน

สำหรับประกอบการในปี 2562 บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ราว 1.4 แสนล้านบาท จากปี 2561 ที่ 1.08 แสนล้านบาท ผลมาจากธุรกิจทั้งในส่วนน้ำมัน และไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน (Non-Oil) เติบโตต่อเนื่องรวมทั้งธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทได้เปิดตัวธุรกิจแฟรนไชส์กาแฟพันธุ์ไทย และ คอฟฟี่เวิลด์ เพื่อส่งเสริมคนที่ต้องการมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง รวมทั้งบริษัทยังได้รับผลดีในด้านการขยายสาขาร้านกาแฟให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยในปี2562 บริษัทตั้งเป้าที่จะเปิดร้านกาแฟทั้ง 2 แบรนด์รวมกันให้ 150 สาขา โดยแบ่งเป็นแฟรนไชส์ 70 สาขา และบริษัทเปิดเอง 80 สาขา และตั้งเป้าจะมีสาขารวมเพิ่มเป็น 200 สาขาในปี 2563

ขณะที่แนวทางการบริหารงานปีนี้ทาง PTG แผนธุรกิจในปี 2562 ของธุรกิจ Non-Oil โดยบริษัทวางแผนจะรักษายอดขายให้เติบโตได้ 50-60% ซึ่งในปัจจุบันบริษัทมีสาขาให้บริการรวมกว่า 504 สาขา ได้แก่ ร้านสะดวกซื้อ Max Mart, ร้านกาแฟพันธุ์ไทย, ร้านคอฟฟี่เวิลด์, ร้านข้าวแกงครัวบ้านจิตร, ร้านซ่อมบำรุงสำหรับรถบรรทุก, Autobacs และ Max CAMP เป็นต้น

พร้อมกันนี้ บริษัทยังวางแผนขยายสถานีบริการใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 สาขา จากปี 2561 ที่มีสถานีบริการอยู่ที่ 1,883 สาขา โดยจะเน้นการขยายสาขาในทำเลที่สามารถรองรับการให้บริการ Non-Oil อื่นๆ แก่ลูกค้าอีกด้วย โดยบริษัทยังได้ตั้งงบลงทุนรวมจำนวน 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็น ลงทุนในธุรกิจน้ำมันและธุรกิจที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท, ธุรกิจ Non-Oil อยู่ที่ 500 ล้านบาท และธุรกิจใหม่อยู่ที่ 500 ล้านบาท

*ขายแฟรนไชส์กาแฟ

ด้านนายพริษฐ์ อนุกูลธนาการ ผู้อำนวยการทั่วไป บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด และบริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้บริหารแบรนด์คอฟฟี่เวิลด์ กล่าวว่า เปิดตัวธุรกิจแฟรนไชส์กาแฟพันธุ์ไทย และ คอฟฟี่เวิลด์ ยังเป็นการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ หรือนักศึกษาที่พึ่งจบ ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟ และเป็นการสร้างอาชีพให้คนในประเทศเพิ่มมากขึ้น และยังช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มสาขาของกาแฟพันธุ์ไทย และ คอฟฟี่เวิลด์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น หลังจากในปี 2561 บริษัทมีสาขากาแฟพันธุ์ไทยอยู่ที่ 203 สาขา และมีสาขาคอฟฟี่เวิลด์ในประเทศอยู่ที่ 71 สาขา

โดยผู้ที่สนใจลงทุนซื้อแฟรนไชส์กับบริษัท โดยกาแฟพันธุ์ไทยมีมูลค่าการลงทุนแฟรนไชส์อยู่ที่ 2.30 ล้านบาท และคอฟฟี่เวิลด์มีมูลค่าการลงทุนแฟรนไชส์อยู่ที่ 3.30 ล้าน โดยผู้ที่ลงทุนเปิดเฟรนไชส์จะสามารถที่จะคืนทุนได้ภายใน 3 ปี ซึ่งจะคิดจากยอดขายเฉลี่ย 100 แก้วต่อวัน โดยแต่ละสาขาจะมีพื้นที่เฉลี่ยโดยประมาณ 50 ตารางเมตร และมีอัตราค่าเช่า 1,500 บาท/ตารางเมตร และบริษัทฯจะมีการปรับค่าเช่ามุกๆ 3 ปี ซึ่งลูกค้าจะใช้พื้นที่ในสถานีบริการน้ำมันของบริษัท หรือพื้นที่ด้านนอกก็ได้

“การขยายสาขาใหม่ปีนี้การลงทุนเปิดแฟรนไชส์กับบริษัทในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยสนับสนุนการเพิ่มอาชีพให้คนในประเทศแล้วยังน่าจะเป็นแรงสนับให้รายได้ของธุรกิจกาแฟของบริษัทปีนี้เติบโตราว 30% จากปีก่อนที่ราว 500 ล้านบาท มาอยู่ที่ประมาณ 650 ล้านบาท” นายพริษฐ์ กล่าวเสริม