‘KWM’ โดดรับภาคการเกษตรบูม โปรดักส์ใหม่หนุนออเดอร์ทะลัก

ทันหุ้น – “เอกพันธ์ วนโกสุม” บอสใหญ่ KWM ฉายภาพทิศทางธุรกิจช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ภาคการเกษตรบูม เชื่อออเดอร์โปรดักส์ใหม่ไหลเข้าเพียบ ตั้งเป้ากวาดยอดขาย 20% จากยอดขายรวม พร้อมส่งซิกผลงานโค้งแรกแจ่ม ปักธงปั๊มดันรายได้โต 20% ลุยขยายฐานลูกค้าดันงบทะยาน

นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตร ได้แก่ ใบผาล โครงผาล ใบเกลียวลำเลียง และใบดันดินเปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายใบผลาญจากเหล็กโบรอน ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ในปีนี้จะมียอดขายราว 20% ของยอดขายรวม ปัจจุบันบริษัทส่งสินค้าไปให้ บริษัท สยามคูโบต้า จำกัด ซึ่งเป็นลูกค้าหลักทำการทดสอบเรียบร้อยแล้ว คาดจะมีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามาใน 1-2 เดือนข้างหน้า โดยบริษัทคาดว่าจะได้รับออเดอร์จากใบผลาญทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น 24 นิ้ว 26 นิ้ว และ 28 นิ้ว

ภาคเกษตรหนุนยอด

ขณะเดียวกันทิศทางการขยายฐานลูกค้าไปในกลุ่มอื่น ที่ไม่ใช่คูโบต้า ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทในเครือนั้น ยังมีทิศทางการเติบโตสูงขึ้น ตามนโยบายการส่งเสริมภาคการเกษตรของหน่วยงานรัฐ ทั้งนี้บริษัทคาดเกษตรกรจะต้องการเครื่องกลทางการเกษตรเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทมีโอกาสจะได้รับออเดอร์จากลูกค้าในการผลิตใบผลาญ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการเกษตรมากขึ้น

ขณะที่ช่วง 1-2 เดือนแรกของปี ภาคการเกษตรเติบโตดี ทำให้บริษัทมองภาพรวมผลประกอบการในไตรมาส 1/2562 จะเติบโตได้ดีเช่นเดียวกัน ซึ่งบริษัทจะยังเน้นการจำหน่ายสินค้าประเภทใบผลาญ รวมถึงเครื่องจักรในการผสมปุ๋ยที่ได้เริ่มวางสินค้าจำหน่ายไปแล้ว

“2 เดือนที่ผ่านมาภาคการเกษตรเติบโตดีมากๆ ภาพของ KWM ก็ดีตามไปด้วย เพราะเราคือผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ดังนั้นคาดไตรมาส 1/62 ผลประกอบการของเราน่าจะดี และออกไปในทางดีมากๆ โดยเฉพาะสินค้าใหม่เครื่องผสมปุ๋ย ที่เราวางขายในตลาดไปแล้ว จะช่วยสนับสนุนยอดขายทั้งปีนี้ให้เป็นไปตามเป้าหมายได้อย่างแน่นอน” นายเอกพันธ์ กล่าว

คงเป้ายอดขายโต 20%

สำหรับในปีนี้บริษัทคาดการเติบโตจะเป็นไปตามแผน โดยมีการเติบโตประมาณ 20% ต่อเนื่องจากปี 2561 ที่ 338.86 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตดังกล่าวจะมาจากการขยายฐานลูกค้า และการเพิ่มสินค้าใหม่ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนบริษัทให้เติบโตได้ตามแผน อีกทั้งบริษัทประเมินทิศทางอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปีนี้จะยืนในอยู่ในตัวเลข 2 หลัก จากที่ผ่านมาบริษัทมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 8-9%

นายเอกพันธ์ กล่าวต่อว่า บริษัทมองภาพรวมอุตสาหกรรมการเกษตรมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก ซึ่งเป็นไปตาม การเติบโตของภาคการเกษตรของประเทศไทย ที่ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะเป็นสินค้าวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรมหลากหลาย และบริษัทยังมีลูกค้าหลักที่บริษัทได้รับจ้างผลิตสินค้าตามแบบที่ลูกค้ากำหนด อาทิ ภายใต้ตราสินค้า “ตราช้าง”คิดเป็นสัดส่วนรายได้ถึง 80% ของรายได้รวม รวมถึงรับจ้างผลิตให้กับตราสินค้าอื่น ๆอีกด้วย แต่ยังเป็นสัดส่วนที่ไม่สูงมากนัก