MACOผลงานQ1เด่น เล็งบุ๊คงบบ.ย่อยเต็มปี ดีลซื้อกิจการต่อยอด

ทันหุ้น – MACO ส่งซิกผลงานไตรมาส 1/2562 โดดเด่น แม้ว่ามีการปิดอัพเกรดป้ายสื่อตอม่อเสาสถานี BTS ขณะที่อัตราการใช้พื้นที่สื่อในมือยังสูงเฉลี่ย 65% มองรายได้ปี 2562 เติบโตไม่น้อยกว่า 30-35% เล็งรับรู้รายได้จากบริษัทย่อย Trans.ad, VGM และ GSG แย้มอยู่ระหว่างศึกษาซื้อกิจการเสริมแกร่งธุรกิจ

แหล่งข่าววงการอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2562 ของ บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) หรือ MACO มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน แม้ว่าในไตรมาสแรกปีนี้จะมีการปรับป้ายสื่อสตรีทเฟอนิเจอร์บริเวณต่อหม้อ BTS โดยปรับเปลี่ยนป้ายโฆษณาสื่อดิจิตอลในรูปแบบจอ LED จำนวน 42 จอ และ สื่อโฆษณา Light Box จำนวน 180 ป้าย มูลค่าลงทุนประมาณ 390 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทได้เริ่มดำเนินการปิดปรับปรุงป้ายสื่อในสถานที่ดังกล่าวไปแล้วกว่า 70-80% และคาดความไม่เกินช่วงปลายเดือนเมษายน 2562 จะกลับมาให้บริการได้ตามปกติ อย่างไรก็ดีแม้ว่ามีการปิดปรับปรุงป้ายสื่อในบางส่วนแต่เนื่องด้วยความต้องการใช้พื้นที่สื่อโฆษณาที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ขณะนี้มีอัตราการใช้พื้นที่สื่อในมือ (Utilization rate) อยู่ที่ระดับที่สูงกว่า 60-65%

*รายได้ปีนี้โต 30-35%

ประกอบกับในปี 2562 บริษัทยังมีการบันทึกรายได้จากผลประกอบการจาก บริษัทย่อย Trans.Ad ผู้ให้บริการด้านระบบแสดงสื่อมัลติมีเดียในประเทศไทย, Roctec ผู้ให้บริการออกแบบและวางระบบ (system integrations) โดยเฉพาะด้านระบบควบคุม ระบบเชื่อมต่อ และระบบแสดงผลสื่อมัลติมีเดียในฮ่องกง และ VGM ผู้มีสิทธิบริหารจัดการสื่อโฆษณาในสนามบิน KL international airport terminal1&2, MRT SBK line ที่มาเลเซีย และ MRT สายแรกของประเทศอินโดนีเซีย เข้ามาได้อย่างเต็มปีเป็นปีแรก โดยคาดว่าจะปัจจัยข้างต้นจะเข้ามาช่วยเสริมฐานของรายได้และกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 30-35%

พร้อมกันนี้ปัจจุบันบริษัทยังมีความสนใจในการลงทุนเข้าซื้อกิจการ (M&A) และการร่วมทุน (JV) หรือการเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก หรือสามารถเข้ามาสร้าง synergy ร่วมกันเพื่อเสริมรากฐานธุรกิจให้มีความยั่งยืนในอนาคต ที่ผ่านมามีการเจรจากับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่อาจต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาอีกระยะหนึ่งจึงจะเห็นความชัดเจน อย่างไรก็ดีบริษัทมีความคาดหวังว่าภายในปี 2562 จะได้ข้อสรุปไม่น้อยกว่า 1 ดีล