จับตา TMI ธุรกิจมีสัญญาณฟื้น จัดพอร์ตลุยโรงไฟฟ้าชีวภาพ

ทันหุ้น – “ธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร” บอสใหญ่ TMI ลั่นปีนี้ธุรกิจเทิร์นอะราวด์เต็มตัว หลังปรับโครงสร้างขายอุปกรณ์ส่องสว่าง ชี้ 2 เดือนแรกยอดขายมาตามนัด แถมรับเงินขายไฟฟ้า 1.4 Mw เข้ากระเป๋าเน้นๆ เดินหน้าลุยโรงไฟฟ้าชีวภาพทำเงินต่อ  

นายธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)หรือ TMI เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทจะเน้นทำมาร์จิ้นเพิ่มขึ้น มากกว่าการทำยอดขาย เพื่อผลักดันผลประกอบการให้กลับมาเทิร์นอะราวด์ หรือเป็นบวก จากสิ้นปี 2561 บริษัทมีผลขาดทุนที่ 17.07 ล้านบาท ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับปี 2560 ขาดทุนที่ 25.24 ล้านบาท สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของมาร์จิ้นจะมาจากการปรับโครงสร้างแผนการจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์แสงสว่างให้มีอยู่ในกลุ่มค้าปลีกมากขึ้น

รับเงินขายไฟฟ้า

โดยคาดว่าสัดส่วนยอดขายกลุ่มค้าปลีกจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 40% จากปีก่อนที่ 20% ทั้งนี้บริษัทเตรียมเพิ่มสินค้าในกลุ่มค้าปลีกอีก 30 รายการ จากเดิมที่มีอยู่ทั้งหมด 300 รายการ โดยในตลาดนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมีความนิยมมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งบริษัทจะรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ ขนาด 1.4 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดชุมพรเข้ามาเต็มปี โดยโครงการนี้มี IRR อยู่ที่ประมาณ 13% หรือคาดจะมีรายได้ขายไฟอยู่ที่ 40 ล้านบาท

ขณะที่ทิศทางยอดขายอุปกรณ์ส่องสว่างช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ยังเป็นไปตามเป้าหมาย และบริษัทคาดจะเริ่มเห็นการเทิร์นอะราวด์ที่ชัดเจนได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/2562 เป็นต้นไป ส่วนในปีนี้คาดผลประกอบการจะกลับมาเป็นบวกได้ตามแผน ส่วนยอดขายคาดจะเติบโต 15-20% จากปีก่อน 396.07 ล้านบาท

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติให้ บริษัท ธีระมงคล เอนเนอร์ยี จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย TMI เข้าซื้อหุ้นเพื่อลงทุนในสัดส่วน 100% กับ บริษัท กรีนเอิร์ธ เอ็นเนอร์จี จำกัด และ บริษัท โกลบอลยูทิลิติ้ีซัพพลาย จำกัด เพื่อดำเนินโครงการโรงไฟฟ้า โดยทางบริษัทได้เข้าทำการศึกษาโครงการ(Due Diligence) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกัน บริษัท ธีระมงคล เอนเนอร์ยี จํากัด จะเข้าทําการลงทุนซื้อหุ้นของ บริษัท กรีนเอิร์ธ เอ็นเนอร์จี จํากัด จํานวน 499,998 หุ้น โดยเป็นจํานวนเงินประมาณ 26,999,892 บาท หรือคิดเป็น 100% ของจํานวนหุ้นทั้งหมด และจะเข้าทําการลงทุนซื้อหุ้นของ บริษัท โกลบอล ยูทิลิตี้ ซัพพลาย จํากัด จํานวน 9,998 หุ้น โดยเป็นจํานวนเงินประมาณ 999,800 บาท หรือคิดเป็น 99.98% ของจํานวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งบริษัทจะทําการจ่ายส่วนที่เหลือจากการเข้าศึกษาโครงการอีกจํานวน 14 ล้านบาท หลังจากได้จ่ายชําระค่าเข้าศึกษาโครงการแล้วจํานวน 14 ล้านบาท

.ใส่เกียร์ลุยพลังงาน

ทั้งนี้บริษัท กรีนเอิร์ธ เอ็นเนอร์จีจำกัดได้ทำสัญญาซื้อขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั้ง 2 ฉบับขนาดกําลังการรวมทั้งสิ้น 3.96 เมกะวัตต์ได้แก่ 1.สัญญาซื้อขายไฟฟ้าเลขที่ VSPP-PEA-001/2559 ปัจจุบันยังไม่ได้ก่อสร้าง แต่มีกำหนดวัน เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า หรือ SCOD ภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 ขนาดกําลังการผลิต 2.97 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่อําเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี 2.สัญญาซื้อขายไฟฟ้า เลขที่ VSPP-PEA-104/2555 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2556 มีระยะเวลา 5  ปี และต่อเนื่องครั้งละ 5 ปี ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขนาดกําลังการผลิต 0.99 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

“เราคาดจะเข้าทำรายการซื้อหุ้นพลังงานทดแทนดังกล่าวได้ภายในสิ้นเดือนนี้ และน่าจะก่อสร้างโรงไฟฟ้าเสร็จและพร้อม COD กลางปีหน้า ดังนั้นในปีนี้เราจะรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าเพียง 1 โครงการที่จังหวัดชุมพร และการขายอุปกรณ์ส่องสว่าง และเรายังมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าชีวภาพเพิ่มเติม แต่ยังไม่มีข้อสรุป หรือหากจะเห็นความชัดเจนน่าจะเป็นช่วงปลายปี”นายธีระชัย กล่าว