อีไอซีคาดศก. CLMV ขยายตัวต่อเนื่องในปีนี้ แต่ความเสี่ยงจากภายใน-ภายนอกเพิ่มขึ้น

เศรษฐกิจซี แอลเอ็มวี มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องราว 6-7% ในปี 2019 จากการส่งออกและการลงทุนจากต่างชาติ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลกระทบค่อนข้างจำกัด โดยการส่งออกคาดว่าจะรักษาระดับการเติบโตที่ดี ได้ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการของคู่ค้าสำคัญที่มีต่อสินค้าที่ผลิต โดยเศรษฐกิจซีแอลเอ็มวีภายใต้สิทธิประโยชน์ทางการค้าด้านการลงทุน เศรษฐกิจซีแอลเอ็มวียังคงสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติได้ โดยเฉพาะในการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน และแนวโน้มการขยายโรงงานในอุตสาหกรรมการผลิต ทั้งนี้เวียดนาม มีแนวโน้มเป็นฐานการผลิตที่จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้สูงท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน จากการที่มีผู้ผลิตสินค้าในจีนหลายรายตัดสินใจประกาศย้ายฐานการผลิตมายังเวียดนามเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ และใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบของเวียดนาม ในเรื่องต้นทุนการผลิตและสิทธิประโยชน์ทางภาษี

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวในภาพรวมที่มีแนวโน้มสดใส จากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐจะเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจซีแอลเอ็มวี โดยนักท่องเที่ยวจากจีนและจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย คิดเป็นสัดส่วนขนาดใหญ่และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงระยะสั้น คือ ความเปราะบางต่อเศรษฐกิจภายนอกและปัจจัยเสี่ยงรายประเทศ ซึ่งรวมถึงความผันผวนของสกุลเงินท้องถิ่นซีแอลเอ็มวีที่อาจสูงขึ้น ความเป็นไปได้ที่กัมพูชาและเมียนมาจะสูญเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ Everything But Arms(EBA)เนื่องมาจากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการเติบโตอย่างรวดเร็วของสินเชื่อในกัมพูชาและเวียดนาม

กัมพูชาจะรักษาระดับการเติบโตที่สูงราว 6.8% ในปี 2019 จากอุปสงค์ภายนอกที่แข็งแกร่ง การส่งออกคาดว่าจะเร่งตัวก่อนสหภาพยุโรปถอนสิทธิประโยชน์ EBA ในเดือนสิงหาคม 2020 ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการพิจารณา ประกอบกับการท่องเที่ยวจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ จากแนวโน้มการขยายตัวสูงในอนาคต โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักในกัมพูชา

ลาวคาดว่าจะขยายตัวสูงขึ้นเป็น 7% ในปี 2019โดยมีการส่งออกไฟฟ้าและการก่อสร้างเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก อย่างไรก็ตามการอ่อนค่าของเงินกีบและแนวโน้มการขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่องเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจด้านต่างประเทศ

เมียนมามีแนวโน้มฟื้นตัวที่ราว 6.8% ในปี 2019 โดยมีการส่งออกเป็นกลไกขับเคลื่อนหลัก การส่งออกคาดขยายตัวต่อเนื่องเป็นตัวเลขสองหลัก ในขณะที่ภาคการผลิตและการบริการคาดว่าจะเติบโตราว 8% ความเสี่ยงต่อการเติบโตและการพัฒนาเศรษฐกิจในปีนี้และระยะข้างหน้า เพิ่มขึ้นจากความเป็นไปได้ที่เมียนมาจะถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากชาติตะวันตกในประเด็นวิกฤตโรฮิงญา

เวียดนามจะยังคงขยายตัวได้ดีราว 6.5% ในปี 2019 ต่อเนื่องจากปี 2018 ที่เติบโต 7.08% เวียดนามสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงการเป็นหนึ่งในฐานการผลิตแห่งใหม่ของจีนหากสงครามการค้ามีแนวโน้มยืดเยื้อ แต่ความท้าทายเชิงโครงสร้างสำคัญของเวียดนามคือการเติบโตอย่างรวดเร็วของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมที่ชาวต่างชาติเป็นผู้ลงทุน ในขณะที่การถ่ายโอนเทคโนโลยีอยู่ในระดับต่ำจึงเป็นความท้าทายของการพัฒนาอุตสาหกรรมโดยรวมของเวียดนามในระยะต่อไป

ที่มา: ดร.ยรรยง ไทยเจริญ
รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด
Economic Intelligence Center
ธนาคารไทยพาณิชย์ (จำกัด) มหาชน
ดร. ธนพล ศรีธัญพงศ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส
จิรามน สุธีรชาตินักวิเคราะห์
กัลยรักษ นัยรักษ์เสรี นักวิเคราะห์