KTBST ประเมิน กลุ่มอสังหาฯ แนวโน้มยอดโอนที่อยู่อาศัยปีนี้จะลดลง แต่ดีกว่าปี 60

บทวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) สแกน “กลุ่มอสังหาริมทรัพย์” ระบุเราได้มีการจัดสัมมนาเรื่อง “Property Sector – Preparing for a Soft Landing?” โดยเรามีมุมมองเป็นลบเล็กน้อย โดย REIC ประเมินยอดโอนในปี 2019 จะปรับตัวลดลง 11% YoYแต่ยังสูงกว่าปี 2017ขณะที่เราประเมินรายได้ปี 2019 ของบริษัทที่เรา Cover โดยรวมจะทรงตัวจากปีก่อน เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ทำให้ยังมีความได้เปรียบมากกว่า และหลายบริษัทยังมี Backlog สูง ส่งผลให้เราประเมินกำไรสุทธิของกลุ่มจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย 2% YoY

นอกจากนั้น เรายังประเมินผลการดำเนินงาน 2Q19 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี จากผลกระทบเริ่มใช้มาตรการ LTV แต่จะทยอยฟื้นตัวได้ใน 3Q19 ทั้งนี้ เรายังให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มที่อยู่อาศัยเป็น “เท่ากับตลาด” โดยมองว่าราคาหุ้นในกลุ่มได้ปรับตัวลดลงสะท้อนปัจจัยเสี่ยงไปมากแล้ว แต่ยังคงมีปัจจัย Overhang จากมาตรการ LTV ที่จะทำให้ผลการดำเนินงาน 2Q19 ปรับตัวลดลงมาก และจะทยอยฟื้นตัวขึ้นในช่วงที่เหลือ สำหรับหุ้น Top Pick กลุ่ม ได้แก่ QH ราคาเป้าหมาย 3.60 บาท และ ORI ราคาเป้าหมาย 10 บาท

REIC ประเมินยอดโอนที่อยู่อาศัยปี 2019 ลดลง 11% แต่ยังสูงกว่าปี 2017
KTBST ได้เชิญ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) มาบรรยายในหัวข้อ “Property Sector – Preparing for a Soft Landing?” โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้

1)ประเมินยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศปี 2019 ในกรณี Base Case จะอยู่ที่ 7.5 แสนล้านบาท -11% YoYแต่ยังสูงกว่าปี 2017 ที่มียอดโอนรวม 6.7 แสนล้านบาททั้งนี้ แบ่งยอดโอนเป็นรายไตรมาสดังนี้ 1Q19 = +16.8% YoY, 2Q19 = -20.5% YoY, 3Q19 = -12.2% YoY และ 4Q19 = -21.6% YoY โดยยอดโอนที่ติดลบตั้งแต่ 2Q19 จะเป็นผลกระทบจากมาตรการ LTV และฐานในงวด 4Q19 ที่สูง อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ยอดโอนในงวด 2Q19 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี และจะทยอยดีขึ้นในงวด 3Q19 สำหรับผลกระทบจากมาตรการ LTV จะมีผลกระทบเชิงลบต่อตลาดคอนโดมากกว่าแนวราบ

2) ด้านจำนวน Unit เปิดตัวใหม่ กรุงเทพ – ปริมณฑล ปี 2019 คาดว่าจะปรับตัวลดลง 5% โดยโครงการใหม่ที่เปิดจะเน้นบ้านในตลาดกลางและล่างมากขึ้นจากปีก่อนที่เน้นตลาดบน โดยเดือน ม.ค.-ก.พ.2019 จำนวน Unit เปิดใหม่ = -25.3% YoY และมูลค่า -34% YoY ทั้งนี้ การเปิดตัวโครงการใหม่จะไปเร่งเปิดตัวใน 2H19มากกว่า

3) Supply เหลือขายใน กทม.+ปริมณฑล ณ ต้นปี 2019 อยู่ที่ 1.4 แสนหน่วย แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 56% และคอนโด 44% โดยบ้านจัดสรรมีอัตราการดูดซับ 2.9% หรือใช้เวลา 28 เดือนในการขายหมด และคอนโด 6% หรือใช้เวลา 11 เดือนในการขายหมด โดยยังไม่มีสัญญาณ oversupply

เราประเมินผลการดำเนินของกลุ่มจะต่ำสุดในงวด 2Q19 และจะทยอยเริ่มฟื้นตัว
เรามีมุมมองเป็นลบเล็กน้อยจากข้อมูลข้างต้นแม้ยอดโอนปี 2019 ทาง REIC จะประเมินลดลง 11% แต่ยังสูงกว่าปี 2017 ได้ ขณะที่หากเทียบผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรวมถึงหน่วยงานต่างๆ โดยรวมประเมินจะลดลง 15% ถึงเพิ่มขึ้น 5%

ขณะที่เราประเมินยอดโอนของบริษัทที่เรา cover โดยรวมจะทรงตัวจากปีก่อน เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ทำให้ยังมีความได้เปรียบมากกว่า และหลายบริษัทยังมี Backlog ที่สูง ส่งผลให้เราประเมินกำไรสุทธิของกลุ่มจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย 2% YoY นอกจากนั้น เรายังประเมินผลการดำเนินงาน 2Q19 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี จากผลกระทบเริ่มใช้มาตรการ LTV แต่จะทยอยฟื้นตัวได้ใน 3Q19

 

ายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com