TMILL ขยายฐาน SME ทุ่ม 10 ล.ลงทุนหุ่นยนต์

ทันหุ้น – TMILL รุกขยายฐานลูกค้า SME ภาคเหนือ – อีสานต่อเนื่อง ตุนออเดอร์ล่วงหน้ากว่า 50% ควักงบลงทุน 10 ล้านบาทติดตั้งหุ่นยนต์เฟส 2 หวังลดต้นทุน – เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นางสาวแววตา กุลโชตธาดา รองผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TMILL เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2562 เติบโตใกล้เคียงหรืออาจดีกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในไตรมาสนี้บริษัทมียอดขายเพิ่มมากขึ้นจากการขยายฐานลูกค้าในต่างจังหวัด รวมทั้งยังได้รับอานิสงส์เงินบาทแข็งค่า เนื่องจากบริษัทนำเข้าวัตถุดิบหลักอย่างข้าวสาลีกว่า 90% อีกทั้งปัจจุบันราคาซื้อข้าวสาลียังอยู่ในระดับที่ต่ำทำให้บริษัทมีต้นทุนถูกลง

*ปลื้มออเดอร์ล้นมือ

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2562 นี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2561 ที่ 1,405.47ล้านบาท โดยจะเน้นเพิ่มยอดขายทั้งกับลูกค้ารายเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก(SME) ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยบริษัทคาดว่าในปี 2562 จะมีเพิ่มมากขึ้นเป็นมากกว่า 300 ราย จากปัจจุบันที่ประมาณ 270 – 280 ราย

อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทได้รับคำสั่งซื้อล่วงหน้า(ออเดอร์) จากผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อยมาแล้วกว่า 50% ของปริมาณขายรวม โดยมีระยะสัญญาตั้งแต่ 3 – 6 เดือน ไปจนถึง 12 เดือน ทั้งนี้กลุ่มที่ให้มาร์จิ้นที่ค่อนข้างดีเป็นกลุ่มรายย่อย ซึ่งมีมาร์จิ้นอยู่ที่เฉลี่ยกว่า 10-20% เทียบกับรายใหญ่ที่แม้มีวอลุ่มสูงแต่มาร์จิ้นจะน้อยราว 5% แต่ได้ความเสถียรภาพในการใช้กำลังการผลิต

“ไตรมาส 1/62 นี้ แนวโน้มผลการดำเนินงานค่อนข้างดี เราได้รับปัจจัยบวกจากหลายๆอย่าง ทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่อยู่ในระดับต่ำราว 300 เหรียญต่อตัน ค่าเงิบบาทที่ยังแข็งค่าเป็นประโยชน์ต่อเราเนื่องจากต้นนำเข้าข้าวสาลีกว่า 90% เพื่อมาแปรรูปเป็นแป้ง”นางสาวแววตา กล่าว

รักษามาร์จิ้น19%

ในด้านการผลิตบริษัทตั้งเป้าการใช้อัตราการกำลังการผลิต(Utilization rate) ในปี 2562 นี้ จะเพิ่มขึ้นอีก 10% เป็น 80% จากช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อนที่ประมาณ 70% เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะสูงขึ้นในปีนี้ ตามการขยายตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับต้นทุนราคาซื้อข้างสาลีที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง โดยคาดว่าปี 2562 นี้ บริษัทจะสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิไว้ได้ไม่น้อยกว่า 17 – 19% และ 7 – 9% ตามลำดับ

ส่วนการลงทุนในปี 2562 บริษัทวางแผนที่จะลงทุนติดตั้งหุ่นยนต์ (Robot) ในเฟสที่ 2 มูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตในส่วนของการร่อนแป้ง รวมถึงลดต้นทุนทางบุคลากรลง จากเดิมที่ราว 7 คนต่อกะ เป็น 2 คนต่อกะ เป็นต้น โดยจะเริ่มดำเนินการติดตั้งได้ประมาณไตรมาส 2/2562 และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในไตรมาส 3/2562 เป็นต้นไป ซึ่งการลงทุนดังกล่าวเป็นโครงการต่อนื่องหลังจากที่ได้ใช้หุ่นยนต์เฟสแรกในส่วนของการจัดการคลังสินค้าไปแล้วก่อนหน้านี้