ส่องงบ บจ.ไซซ์เล็กสัญญาณฟื้น SMART-LDC-TMI ขาดทุนลด

ส่องงบบริษัทจดทะเบียน mai ส่งสัญญาณฟื้น นำโดย SMART โชว์ผลขาดทุนลดลงเหลือ 22.93 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 74.18 ล้านบาท หลังปริมาณการใช้อิฐมวลเบาทะลัก ด้าน LDC ผลงานโตวันโตคืน หนุนขาดทุนลดลง 32.93% ฟาก TMI ไม่น้อยหน้าอวดงบขาดทุนลดลง 32.37%

ผู้สื่อข่าวรายงานจากตลาดหลักทรัพย์พบบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) ประกาศผลประกอบการปี 2561 ขาดทุนลดลง ได้แก่ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART,  บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน) หรือ LDC, บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI, บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด

(มหาชน) หรือ AIRA

SMART ขาดทุนลด 69.08%

ทั้งนี้บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART มีผลการดำเนินงานปี 2561 ขาดทุนสุทธิ 22.93 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 51.24 ล้านบาท หรือ 69.08% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 74.18 ล้านบาท

สำหรับสาเหตุที่ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก เนื่องจากปริมาณการใช้งานวัสดุอิฐมวลเบาของโครงการเมกะโปรเจ็คภาครัฐ โครงการก่อสร้างภาคเอกชน และราคาจำหน่ายอิฐมวลเบามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในทุกช่องทาง อาทิ  โมเดิร์นเทรด ห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง เพิ่มตัวแทนจำหน่าย ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง จึงสามารถกระจายสินค้าเข้าสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวดีขึ้น

ขณะที่ บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน) หรือ LDC มีผลการดำเนินงานปี 2561 ขาดทุนสุทธิ 40.61 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 19.94 ล้านบาท หรือ 32.93% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 60.55 ล้านบาท

TMI ขาดทุนลด 32.37%

บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI มีผลการดำเนินงานปี 2561 ขาดทุนสุทธิ 17.07 ล้าน บาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.17 ล้านบาท หรือ 32.37% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 25.24 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานที่ขาดทุนลดลง มาจากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าบริษัทย่อยมีผลการดำเนินการเป็นไปตามที่คาดหมาย

บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA มีผลการดำเนินงานปี 2561 ขาดทุนสุทธิ 140 ล้าน บาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 88 ล้านบาท หรือ 39% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 228 ล้านบาท

โดยธุรกิจหลักของบริษัทคือธุรกิจแฟคตอริ่ง ปัจจุบันยังคงมีกำไรเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงบริษัทย่อยที่เพิ่งจัดตั้ง และบริษัทร่วมมีแนวโน้มเติบโตและทำกำไรได้ดีเป็นไปตามแผนของบริษัท