BJC รายได้ขยับ9% โตทุกกลุ่มธุรกิจ เทหมื่นล.อัพฐาน

ทันหุ้น – BJC ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2562 เติบโต 7-9% ทุกกลุ่มธุรกิจ ปั๊มอัตรากำไรขั้นต้น 19.2% พร้อมวางลงทุนปีนี้ 10,000 ล้านบาท เดินเกมใช้ลงทุนขยาย Big C รวม 7,000-8,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือนำไปปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เตรียมออกหุ้นกู้ เดือน มี.ค. มูลค่า 16,000 ล้านบาท

นายรามี บีไรเนน ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ  BJC เปิดเผยว่า ปี 2562 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตที่ 7 – 9 % จากปีก่อนที่มีรายได้ 172,196.38 ล้านบาท เเละมีกำไรสุทธิ 6,649.97 ล้านบาท ซึ่งมาจากการเติบโตในทุกกลุ่มของธุรกิจ  คือ1.สินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ ที่คาดว่าจะเติบโต 7 – 9 % 2.กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภคคาดว่าจะเติบโต 10 – 12 %  3.กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และทางเทคนิค คาดว่าจะเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก และ  4.กลุ่มธุรกิจ Big C คาดว่าจะเติบโต 7 – 9%

นอกจากนี้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นปี 2562 จะเติบโตจากปีก่อนเล็กน้อยที่ 19.2 %  จากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น รวมถึงราคาวัตถุดิบที่ถูกลง ในธุรกิจสินค้าอุปโภคและบริโภค รวมถึงธุรกิจเวชภัณฑ์และเทคนิค และเพิ่มสินค้ามาร์จิ้นสูงเข้ามา

ขยายสาขา Bic C

ในปี2562 บริษัทวางงบลงทุนรวม 10,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งบริษัทจะใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตภายในบริษัท  และอีกส่วนหนึ่งจะใช้เพื่อสาขา BigC ต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทได้วางงบลงทุนในครั้งนี้ราว 7,000 – 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็น สาขา Hypermarket 8 สาขา แบ่งเป็น ในประเทศ 7 สาขา และกัมพูชา 1 สาขา ,ด้าน Mini BigC คาดเพิ่ม 200 สาขา รวมถึงเพิ่มสาขา Big C Food Place อีก 1 สาขา

นอกจากนี้บริษัทมีแผนเปลี่ยนแปลงร้านค้า  Big C Market stores เป็น Big C Food Place แต่ยังไม่ได้ระบุว่ากี่สาขา ซึ่งยังต้องรอดูเเนวโน้มเเละโอกาส เนื่องจากมองว่า Big C Food Place มีมาร์จิ้นดีกว่า เพราะจำหน่ายสินค้าในราคาปกติ ไม่ใช่โปรโมชั่น ทำให้มีอัตรากำไรขั้นที่ดีกว่าสาขาแบบเดิม ขณะที่มีแผนเปลี่ยนร้าน M-Point Mart ในลาว 43 สาขา เป็น Mini BigC ซึ่งทำให้พื้นที่ขายจะเพิ่มขึ้น และมีพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นอีกด้วย

โดยคาดว่ายอดการเติบโตสาขาเดิม (SSSG) ของ Big C ปี2562จะเป็นบวก ที่ราว 1 – 2%  จากปีก่อนที่ 1% ซึ่งถือว่าทำได้ดีที่สุดในอุตสาหกรรม เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ๆ ยังติดลบ

ออกหุ้นกู้ 16,000 ล.

บริษัทเตรียมออกหุ้นกู้ปีนี้ ในช่วงเดือน มี.ค.2562 วงเงิน 16,000 ล้านบาท เพื่อลดต้นทุนทางการเงินและชดเชยหุ้นกูเดิมบางส่วนที่จะหมดอายุ โดยจะแบ่งเป็น 4 งวด อายุ 3 ปี , 4ปี , 8 ปี และ 10 ปี ในอัตราดอกเบี้ย 3.5 %  โดยจะเสนอขายใหญ่นักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนรายย่อย ราว 5,000 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด(มหาชน) แนะซื้อ BJC ด้วยราคาเป้าหมายที่ 60 บาท  ซึ่งปี2562 ดูเหมือนจะเป็นอีกปีของ BJC ที่ดีด้วยราคาวัตถุดิบหลักและต้นทุนพลังงานลดลง อีกทั้งค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น จะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวต่อเนื่อง ดังนั้นแม้ว่าบริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมโตขึ้นเพียง 6-9% ในปี 2562 แต่กำไรน่าจะเติบโตได้ดี ฝ่ายวิจัยประมาณการว่ายอดขายและกำไรปกติของ BJC จะขยายตัว 6% และ 11% ตามลำดับ ในปี 2562

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงต่อประมาณการของเราคือราคาที่ผันผวนของวัตถุดิบหลัก อาทิเช่น ก๊าซธรรมชาติ, มันสำปะหลัง, น้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว

BigC กลับมาโตในปีนี้

บริษัทมีแผนเปิด BigC hypermarkets จำนวน 8 สาขา (โดย 7 สาขา ในประเทศไทย และอีกสาขากัมพูชา) ร้าน BigC Food Place 1 สาขา และ Mini BigCs 200 สาขาภายในปี2562 ดังนั้นพื้นที่ขายจะเพิ่มขึ้นราว 2.5% ในขณะที่พื้นที่เช่าจะเพิ่มขึ้นถึง 7% เนื่องจากมีการปรับปรุงสาขาเพื่อขยายพื้นที่ 8 สาขา และการปรับพื้นที่เพื่อเพิ่มพื้นที่เช่าอีก 2 สาขา ทั้งนี้นับตั้งแต่ต้นปีอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมอยู่ที่ราวๆ 2% สอดคล้องการประมาณการเต็มปีของฝ่ายวิจัยที่ 2.3% อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะกลับมาขยายตัวจากการเน้นการเพิ่มยอดขายในส่วนของสินค้า softline และ homeline ในขณะที่การประหยัดค่าใช้จ่ายจากการเปลี่ยนผู้บริหารคลังสินค้าจาก DHL มาเป็นการบริหารด้วยตัวเองน่าจะช่วยเพิ่ม EBIT margin ได้