DOD ทุนใหญ่กอดหุ้นแน่น โชว์อนาคตยังสวยโตอีก10%

ทันหุ้น – ซีอีโอ DOD ‘ศุภมาส อิศรภักดี’ ยืนยันกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่กอดหุ้นแน่น การันตีธุรกิจอนาคตยังสวย วางแผนโตขั้นต่ำอีก 10% เปิดใจปั้นธุรกิจมากับมือ ไม่ปล่อยง่ายๆ แย้มคว้า PCCA เริ่มส่งผล ลูกค้าอาหารเสริมสั่งซื้อสกินแคร์ ขณะที่สูกค้าสกินแคร์เริ่มซื้ออาหารเสริม พร้อมดีลพันธมิตรปั๊มยอดเพิ่ม

ภาวะการซื้อขายหุ้น บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบการรับจ้างพัฒนาและผลิต(ODM)ที่ให้บริการแบบครบวงจร วานนี้ (13 มี.ค.) ระหว่างวันได้ร่วงลงมาต่ำสุดที่ 9.85 บาท ซึ่งนับเป็นราคาต่ำสุดในรอบ 9 เดือน ก่อนที่จะปิดที่ 10 บาท ลดลงอีก 0.30บาท คิดเป็น 2.91%  มูลค่าการซื้อขาย 70 ล้านบาท

เกิดอะไรขึ้นกับ DOD

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ให้สัมภาษณ์กับทีมงานทันหุ้นถึงสาเหตุที่ราคาหุ้น DOD ร่วงแรงว่า โดยส่วนตัวไม่ทราบจริงๆว่าราคาหุ้นร่วงนั้นเกิดจากสาเหตุใด เนื่องจากธุรกิจต่างๆยังคงดำเนินไปตามแผนงานที่วางไว้ทุกอย่าง ทั้งการขยายธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และแผนการต่อยอดต่างๆที่จะเข้ามาเสริมธุรกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคต

กลุ่มหุ้นใหญ่กอดแน่น

นอกจากนี้ ทางกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของ DOD ยังคงถือหุ้น 64% และไม่ได้มีการขายหุ้นออกมาอย่างแน่นอน ดังนั้นขอยืนยันให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนเชื่อมั่นได้ว่า ธุรกิจที่ดำเนินงานอยู่มีทิศทางการเติบโตที่ดีและดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวกกับธุรกิจใหม่ๆ การต่อยอดทุกรูปแบบที่จะเข้ามาเสริมอนาคต โดยเฉพาะการเข้าซื้อกิจการของบริษัท พีซีซีเอ แล็บบอราเทอรี่ จำกัด (PCCA) ผู้ผลิตเครื่องสำอางและสกินแคร์ ซึ่งเป็ยการขยายไลน์ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง นอกเหนือจากอาหารเสริม ดังนั้นกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่จึงไม่มีเหตุผลที่จะขายหุ้นออกมา

“กว่าจะมาเป็น DOD ในวันนี้ที่เติบโตและทุกท่านๆไว้วางใจไม่ใช่เรื่องง่าย เราปั้นธุรกิจกันมาเรียกได้ว่าแทบทุกขั้นตอนเราทำเองหมด เราสร้างธุรกิจกันมาขนาดนี้ ไม่มีทางที่เราจะยอมปล่อยให้ธุรกิจไม่มีการเติบโต กลุ่มลูกค้าของ PCCA ที่เคยจ้างผลิตเฉพาะเครื่องสำอาง และ สกินแคร์ ก็เริ่มหันมาสนใจที่จะจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ส่วน กลุ่มลูกค้าเราที่เคยจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็สนใจที่จะจ้างผลิตเครื่องสำอาง และ สกินแคร์ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดี ในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจในอนาคต ดังนั้นวันนี้เรายังยืนยันว่าจะเห็น DOD เติบโตอย่างต่อเนื่องแน่นอน”

การันตีรายได้โตกว่า10%

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2562 นี้ บริษัทคาดว่าเป้าหมายรายได้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 10% จากการปรับโครงสร้างธุรกิจ การแตกไลน์ไปสู่ธุรกิจเครื่องสำอางและสกินแคร์ ผ่าน  PCCA รวมทั้งการตั้งบริษัทย่อย และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่เจลลี่และซอฟเจล การส่งสินค้าไปจีน การผลิตให้กับลูกค้ารายใหญ่ทั้งรายเดิมและรายใหม่ที่มีเข้ามาต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ทั้งนี้การซื้อ PCCA เข้ามาบริษัท ทำให้บริษัทสามารถตั้งโรงสกัดแห่งที่ 2 ได้เร็วขึ้น เนื่องจาก PCCA มีโรงงานตั้งอยู่บนพื้นที่ 29 ไร่ 2 งาน 89 ตารางวา ที่อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ดังนั้น DOD สามารถที่จะเข้าไปสร้างโรงสกัดในพื้นที่ PCCAได้ รวมไปถึงลดภาระการซื้อที่ดิน เพราะ PCCA มีอาคารเปล่ารองรับไว้อยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุน คาดโรงสกัดแห่งนี้จะเดินเครื่องผลิตได้ภายในไตรมาส 3/2562 เป็นต้นไป

เจรจาพันธมิตรเพิ่มเติม

นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรทางธุรกิจหลายรายเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้ธุรกิจมีการเติบโตต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทได้ดึงพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในการเป็นผู้นำด้านการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ในการขายผลิตภัณฑ์ด้านความงามและสุขภาพครบวงจรเข้ามา และการร่วมมือกับ NPPG  ในด้านบรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงการมีช่องทางจำหน่ายผ่าน TV shopping ของ CNR MALL ช่องสถานีโทรทัศน์ CCTV ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี

สำหรับผลการดำเนินงานประจำงวด 2561 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561ว่า บริษัทฯมีรายได้รวม 673.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.23% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 388.56 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิ 306.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.40 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 142.19 ล้านบาท

ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น อยู่ที่ 61.51 % เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1.53 % เนื่องจากบริษัทมีการย้ายที่ตั้งโรงงานใหม่ ตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2560 ส่งผลให้บริษัทมีกำลังการผลิตในการรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีกำลังการผลิต อยู่ที่ 1,000,000 กล่องต่อเดือน และสามารถรองรับการผลิตได้เต็มที่กว่า 1,600,000 กล่องต่อเดือน หรือคิดเป็น 70% ของกำลังการผลิตทั้งหมดจากการรับจ้างพัฒนาและผลิต (ODM) ประกอบกับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา บริษัทมีออเดอร์ใหม่จากกลุ่มลูกค้าหลากหลายมากขึ้น  ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการย้ายฐานผลิตเดิม มาผลิตและออกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใหม่ๆกับทางบริษัทฯ เนื่องจากมาตรการคุมเข้มของ อย.ที่ตรวจสอบโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ไม่ได้มาตรฐาน