BTSลุยประมูลงานPPP รุกสมาร์ทบัส-อีเพย์เมนต์

ทันหุ้น – BTS สบช่องรัฐบาลเปิดประมูลแบบ PPP  วางเกมใหญ่ให้ กิจการร่วมการค้า  BSR รุกประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานพรึบ ทั้งทางด่วนดาวคะนอง-พระราม 3, ระบบ O&M มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช และบางใหญ่-กาญจนบุรี พร้อมเปิดโมเดลธุรกิจรถสมาร์ทบัสประจำทางครอบคลุมทั่วประเทศ เร่งขยายฐานแรบบิทลุยอีเพย์เมนต์  นักวิเคราะห์ชูเป้า 12.10 บาท

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ระบุปัจจุบันรูปแบบการเปิดประมูลของภาครัฐบาล มีลักษณะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership : PPP) มากขึ้น ถือเป็นโอกาสของภาคเอกชนในการหาพันธมิตรที่แข็งแกร่ง มีประสบการณ์เฉพาะในงานด้านนั้นๆ เข้ามาร่วมดำเนินการ BTS ในนามกิจการร่วมค้า BSR (บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC และ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือRATCH) ถือเป็นพันธมิตรร่วมลงทุนที่แข็งแกร่ง ทั้งประสบการณ์การรับงานภาครัฐบาล และกระแสเงินทุน จึงมีความพร้อมที่จะเข้าประมูลงาน Infrastructure ด้านอื่นนอกเหนือจากระบบราง  อาทิ โครงการทางด่วนดาวคะนอง-พระราม 3 มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท, ระบบ O&M มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช และบางใหญ่-กาญจนบุรี มูลค่ารวม 6 หมื่นล้านบาท เป็นต้น

ส่วนความคืบหน้าการร่วมประมูลโครงการสนามบินอู่ตะเภา จังหวัดชลบุรีนั้น เบื้องต้นกลุ่ม BSR ยังเร่งศึกษาแนวทางการดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรทั้งใน-ต่างประเทศ เพื่อให้ทันวันที่เปิดยื่นซองประมูล 21 มีนาคม 2562

“เมื่อรัฐบาลเลื่อนกำหนดวันยื่นซองประมูลออกไปเป็นวันที่ 21 มี.ค.2562 เราก็ยังเร่งศึกษาและคาดว่าจะสามารถได้ข้อสรุปร่วมกันกับกลุ่มพันธมิตรได้ทันก่อนวันยื่นซองประมูล”

รุกธุรกิจอีเพย์เมนต์

นอกจากนี้ธุรกิจของ BTS กรุ๊ป ยังมีการให้บริการบัตรแรบบิท (Rabbit) สำหรับโดยสารรถไฟฟ้า BTS ซื้อสินค้า, และชำระค่าบริการแทนเงินสด ถือเป็นการให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันได้ขยายการให้บริการครอบคลุมเข้าไปในจังหวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทั้งเชียงใหม่, ภูเก็ต โดยให้บริการชำระเงินค่ารถสมาร์ทบัสประจำทาง รวมถึงสามารถใช้แทนเงินสดในการชำระค่าอาหาร และสินค้าในร้านสะดวกซื้อที่ร่วมรายการหลายร้านในจังหวัด

ในปีนี้ นายสุรพงษ์ ระบุ ทาง BTS กรุ๊ป มีแผนขยายการบริการโมเดลรถสมาร์ทบัสประจำทาง รวมถึงขยายฐานผู้ใช้บัตรแรบบิทให้ครอบคลุมจังหวัดต่างๆ ให้มากขึ้น พร้อมกันนี้ยังวางระบบให้บัตรแรบบิท รองรับการใช้งานร่วม หรือ “ตั๊วแมงมุม” ในอนาคตอีกด้วย

“ปัจจุบันเรามีผู้ถือบัตรแรบบิทแตะ 11 ล้านใบจากสิ้นปี 2560 ที่มีผู้ถือบัตรประมาณ 9.2 ล้านใบ และมีอัตราการขยายตัวทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยว เพราะการใช้งานที่สะดวกสบายใช้ได้ตลอดการเดินทางในไทยทั้งโดยสารรถไฟฟ้า, รถบัส, อีกทั้งยังใช้เป็นบัตรเงินสด สามารถจับจ่ายสินค้าอาหารกับทางร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการได้อีกด้วย ดังนั้นเรามีความพร้อมที่จะนำโมเดลนี้เข้าไปให้บริการในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเราก็จะทำงานในเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ชำระสินค้า-บริการแทนเงินสดเพราะเราวางระบบการใช้ไว้ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย สามารถพัฒนาได้อีกหลายด้าน” นายสุรพงษ์ กล่าว

ฐานธุรกิจแข็งแกร่ง

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในทบวิเคราะห์ BTS กระจายการลงทุนในหลายธุรกิจทั้งอสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจสื่อ, ธุรกิจขนส่ง (VGI ลงทุนในเคอรี่ เอ็กซ์เพรส), รวมถึงธุรกิจอีเพย์เมนต์ ขณะที่ธุรกิจรถไฟฟ้าก็ยังคงสร้างรายได้อย่างแข็งแกร่ง

ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มไตรมาส 4/2562 (ม.ค. – มี.ค.2562) เชื่อว่ายังยืนได้ระดับสูง จากการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีชมพู, สายสีเหลือง, สายสีเขียว(เหนือ), และ สายสีทอง ขณะที่ธุรกิจสื่อนอกบ้านยังคงทำงานได้ดี และมีการ upgrade อย่างต่อเนื่อง โดย VGI (ซื้อ 10.20) กำลังทำป้าย LED ขนาดใหญ่บนสถานี ส่วน MACO (ซื้อ 2.68) กำลังเปลี่ยนป้ายนิ่ง 188 ป้ายใต้ตอม่อรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นป้าย LED 42 จอ และLight box 180 ป้าย

ทั้งนี้กำไรสุทธิงวด 9 เดือนแรกคิดเป็น 80% ของประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ ทำให้อาจต้องมีการปรับประมาณการในอนาคต เนื่องจากรายได้มีแนวโน้มเติบโตในทุกมิติของบริษัท ขณะที่ฐานะทางการเงินมั่นคง นั่นจึงทำให้ BTS ยังคงเป็นหุ้นที่สามารถ “ซื้อ” ลงทุนได้ในระยะยาว โดยราคาเหมาะสม 12.10 บาท