BGRIM จบดีลซื้อSPP1 รับรู้รายได้เม.ย.ทันที

ทันหุ้น- BGRIM ซื้อ SPP1 จาก GLOW สำเร็จแล้ว เตรียมรับรู้รายได้ 124 เมกะวัตต์ เมษายนนี้ หนุนผลงานโตทันที ด้านโรงไฟฟ้าเกาหลี 100 เมกะวัตต์คืบตั้งบริษัทย่อยแล้ว  ปีนี้มั่นใจรายได้แตะ 4.2 หมื่นล้านบาท COD ไฟฟ้าเพิ่มอีก 697 เมกะวัตต์ มั่นใจมีกำลังการผลิตไฟฟ้าแตะ 5 พันเมกะวัตต์ เร็วกว่าแผนที่ตั้งไว้ในปี  2565

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่าบริษัท บี.กริม.เพาเวอร์ เซอร์วิส(แหลมฉบัง) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 จำกัด  เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 215,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 100% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด ในราคาซื้อขายรวมทั้งสิ้น 3,300 ล้านบาท เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 13 มีนาคม 2562

สำหรับการเข้าซื้อหุ้นของ Glow SPP1 ข้างต้น เป็นการสร้างศักยภาพการเติบโตและความแข็งแกร่งให้แก่บริษัทในการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก และยังสอดคล้องกับแผนการขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของบริษัทในบริเวณพื้นที่มาบตาพุดอีกด้วย โดยโรงไฟฟ้า โกลว์เอสพีพี1 เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมโคเจนเนอเรชั่น มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 124 เมกะวัตต์ ไอน้ำ 90 ตัน/ชั่วโมง น้ำปราศจากแร่ธาตุ190 ลบ.ม./ชั่วโมง

ทั้งนี้บริษัทจะรับรู้รายได้จาก GLOW SPP1 เข้ามาในเดือนเมษายนนี้ทันที โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวมีรายได้ในปี 2561 ราว  3 พันล้านบาท และมี EBITDA ที่ 650 ล้านบาท ซึ่งจะมาช่วยสนับสนุนผลประกอบการของบริษัทให้เติบโตได้ทันที โรงไฟฟ้าดังกล่าวมีเหลืออายุ 6 ปี (จากสัญญาเดิม 3ปี + การต่ออายุจากมติ กกพ. อีก 3 ปี) ก่อนที่จะเข้าสู่ Replacement theme ซึ่งทางบริษัทมีแผนจะสร้างโรงไฟฟ้าใหม่มาทดแทนของเดิม 2 โรงกำลังการผลิตแห่งละมากกว่า 70 เมกะวัตต์

“บริษัทเห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าโครงการในระยะยาว เนื่องจากพื้นที่มาบตาพุดเป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด มีความต้องการไฟฟ้าและไอน้ำในระดับสูงมาก ทำให้เข้าไปลงทุนในโครงการดังกล่าวและโรงไฟฟ้าแห่งนี้อยู่ในเงื่อนไขซึ่งได้รับความเห็นชอบให้ต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (เอสพีพี) จากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562”

โรงไฟฟ้าเกาหลีคืบ

อีกทั้งล่าสุดมีมติอนุมัติให้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ของบริษัทในสาธารณรัฐเกาหลี ด้วยทุนจดทะเบียน 8,550,000 บาท เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจอื่นๆ ทั้งนี้ปัจจุบันได้มีการศึกษาเข้าลงทุนพลังงานในเกาหลีมากกว่า 100 เมกะวัตต์ โดยเน้นโครงการพลังงานลม

เป้าปีนี้รายได้ 4.2 หมื่นล.

ส่วนรายได้ปีนี้บริษัทคาดว่าจะทำได้ 4.2 หมื่นล้านบาท โดยในปี 2562 บริษัทยังเดินหน้าธุรกิจตามแผนมีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาอีก 17 โครงการรวมกำลังการผลิตติดตั้ง 1,050  เมกะวัตต์ โดยเป็นโครงการที่มีกำหนดการจ่ายกระแสไฟฟ้า (COD) ในปีนี้ 4 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 697 เมกะวัตต์

ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนาม DTE1&2 ซึ่งเป็นโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่อยู่ระหว่างพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนด้วยกำลังการผลิตติดตั้ง 420  เมกะวัตต์ และโครงการ Phu Yen TTP กำลังการผลิตติดตั้ง 257 เมกะวัตต์โดยทั้งสองโครงการมีกำหนดการ COD ในเดือนมิถุนายน 2562

5,000MWมากเร็วกว่าคาด 

นอกจากนี้ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Nam Che กำลังการผลิตติดตั้ง 15 เมกะวัตต์ คาดว่าจะ COD ได้ในครึ่งแรกของปี และโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม 5 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดการ COD ในช่วงสิ้นปี นับเป็นปีที่บริษัทจะมีการเติบโตของกำลังการผลิตอย่างก้าวกระโดดกว่า 34% ทั้งนี้จากการศึกษาการลงทุนโครงการต่อเนื่อง คาดว่าจะมีกำลังการผลิตแตะ 5,000 เมกะวัตต์ เร็วกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 2565

เคาะเป้า 39 บาท

ด้านบริษัท หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง BGRIM ว่าคงกำไรปกติปี 2562 ที่ 3.2 พันล้านบาท  เติบโต 70% จากปีก่อน จากการรับรู้รายได้เต็มปีสำหรับโครงการที่ COD ปี 2561 (250 เมกะวัตต์ ) และการทยอย COD โครงการใหม่ในปี 2562 อีกราว 470 เมกะวัตต์ เติบโต 40% จากปีก่อน  ในขณะที่ค่า Ft ปี 2562 คาดจะปรับสะท้อนต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติได้มากขึ้นหลังจากที่ถูกตรึงมาตลอดในช่วงปี2561 (ปี 2561 GPM อยู่ที่ 19% (-270 bps YoY) และส่งผลให้ GPM ในปี 2562 กลับสู่ภาวะปกติคาดอยู่ที่ราว 23%

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ 39.00 บาท อิงวิธี DCF (WACC = 5.5%, no terminal growth) BGRIM ยังคงเป็นหุ้น Top pick ในกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP  ด้วยแนวโน้มผลประกอบการขาขึ้นและการเติบโตที่มั่นคงกว่า 40% ต่อปี CAGR 2561-2565 หนุนโดยโรงไฟฟ้าที่มี PPA รองรับกำลังการผลิตตามสัดส่วนรวมอีกกว่า 0.8GW ที่จะทยอย COD ในอนาคต ในขณะที่ราคาปัจจุบันยังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานและมี Upside จากราคาเป้าหมายราว 32% เป็นระดับผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบความเสี่ยงธุรกิจที่ต่ำจากการมีสัญญา PPA รองรับระยะยาว ทั้งนี้บริษัทประกาศจ่ายปันผลที่ 0.17 บาทต่อหุ้น XD 14 มีนาคม 2562