Brexit มีผลน้อย

ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานฟื้นตัวเหนือแนวรับสำคัญที่ 1625-1630 จุด หลังจากปรับตัวลดลงเกิดสัญญาณขายทางเทคนิคหลุดแนวรับที่ 1625 จุดลงไป แต่มูลค่าการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง ทำให้การปรับตัวลดลงอยู่ในกรอบที่จำกัด และมีโอกาสฟื้นตัวในระยะสั้น โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 1660-1665 จุด

การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยถูกกดดันจากการชะลอการลงทุนของนักลงทุนภายในประเทศ เพื่อรอผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม เนื่องจากผลโพลล์หลายสำนักได้สำรวจความเห็นของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน ปรากฏว่า เรตติ้งของรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีมีคะแนนตามหลังผู้สมัครทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะรอผลการเลือกตั้งให้มีความชัดเจนก่อน

ส่วนปัจจัยต่างประเทศโดยเฉพาะที่อังกฤษ ภายหลังที่สมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษลงมติด้วยคะแนนเสียง 391-242 เสียงคว่ำข้อตกลงว่าด้วยการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ที่นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ทำไว้กับผู้นำสหภาพยุโรป (EU) เมื่อวันจันทร์ ทำให้เกิดความสับสนว่า อังกฤษจะถอนตัวออกจาก EU อย่างไร และอังกฤษจะดำเนินความสัมพันธ์ใหม่อย่างไรกับ EU หลังการแยกตัว ทั้งนี้ เสียงสนับสนุนและเสียงคัดค้านข้อตกลงดังกล่าวแตกต่างกันอยู่ 149 เสียง โดยสมาชิกสภา 75 คนจากพรรคอนุรักษ์นิยมของนางเมย์ลงมติคัดค้านข้อตกลงดังกล่าว

ทำให้ชาวอังกฤษกำลังเผชิญกับทางเลือกระหว่างกระบวนการ Brexit แบบไร้ข้อตกลง และการขอเลื่อนเวลา Brexit ออกไปอีก

สำหรับในขั้นตอนต่อไปนั้น รัฐสภาจะทำการลงมติว่าจะเห็นชอบต่อการที่อังกฤษจะแยกตัวออกจาก EU โดยไร้ข้อตกลงหรือไม่ ซึ่งหากรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบ ก็จะทำการลงมติในวันพฤหัสบดีนี้ว่า จะเรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวจากเดิมในวันที่ 29 มี.ค.หรือไม่

ซึ่งหากรัฐสภามีมติเรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลาออกไป รัฐบาลก็จะต้องทำการเจรจากับ EU ในเรื่องดังกล่าว แต่หากรัฐสภามีมติไม่เรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลาออกไป อังกฤษก็จะแยกตัวจาก EU อย่างเป็นทางการตามกำหนดเดิมในวันที่ 29 มี.ค.นี้

อุปสรรคใหญ่ที่ขัดขวางการทำข้อตกลงก็คือ คำถามเกี่ยวกับนโยบาย backstop ซึ่งเป็นนโยบายในการรับประกันว่า จะไม่มีการกลับไปใช้มาตรการควบคุมชายแดนอย่างเข้มงวดระหว่างไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร และสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรทันทีที่อังกฤษออกจาก EU พรมแดนระยะทาง 500 กิโลเมตรจะกลายเป็นพรมแดนของ EU

ถ้าพิจารณาทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นอังกฤษ FTSE100 ฟื้นตัวค่อนข้างแข็งแกร่งสวนทางกระแสความกังวลเกี่ยวกับการโหวต Brexit ที่อาจจะไม่ได้ข้อตกลง แต่เมื่อดูจากแนวทางในการแก้ไข ถ้าหากไม่สามารถหาข้อยุติได้ การขยายเวลาในการเจรจากับ EU ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี หรือไม่เช่นนั้นก็จะมีเลือกตั้งใหม่เพื่อหาทางออก

ส่วนแนวโน้มของค่าเงินปอนด์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ก็อ่อนค่าลงทันทีจาก 1.3000 ไปทดสอบระดับ 1.3100 ดอลลาร์ต่อปอนด์ และมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องไปทดสอบระดับ 1.3500 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ถ้าหากรัฐบาลยังไม่ได้ข้อตกลง เพื่อไปเจรจากับ EU

ความเสี่ยงที่รุนแรงในระยะสั้นเกี่ยวกับสถานการณ์ Brexit ในอังกฤษก็มีน้อยมาก

 

สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ เทพ คำนวณ