9 หุ้นไซส์เล็กกำไรเกิน100% SKY-UBIS-ASN-CAZเด่น

ทันหุ้น – จับลำดับหุ้นไซด์เล็กโชว์ผลงานแจ่มปี 61 พบ 9 หุ้นกำไรติดเทอร์โบทะลุ 100% SKY นำทีม กวาดกำไรเข้าพอร์ต 108.52 ล้านบาท โต 2,106% ด้าน UBIS พลิกกำไรแรง 154.5% ส่วนASN คุมต้นทุนอยู่อยู่หมัด ปั๊มงบดีเกินคาด 153.2% ฟาก CAZ อวดฝีมือดันกำไรพุ่ง 140.25%

ผู้สื่อข่าวรายงานจากตลาดหลักทรัพย์พบว่า 9 อันดับของบริษัทหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) 9 บริษัทที่มีผลประกอบการในปี 2561 เติบโตเกิน 100% ได้แก่ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY , บริษัท ยูบิส (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ UBIS , บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASN , บริษัท ซี เอ แซด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CAZ ,  บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD , บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) หรือ PHOL , บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD , บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIZ และ บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP โดยมีการเติบโตดังนี้

อันดับ 1 SKY ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ครอบคลุมการบริการให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ดูแลบำรุงรักษาระบบงาน จัดหาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแบบเบ็ดเสร็จ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็น “ผู้รับเหมาระบบไอซีที”

มีผลกำไรสุทธิในส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 108.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103.60 ล้านบาท ซึ่งเติบโตคิดเป็น 2,106% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนจำนวน 4.9 ล้านบาท โดยเป็นการเติบโตจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นมาก

อันดับ 2 UBIS ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางยาแนวฝากระป๋อง และแลคเกอร์เคลือบกระป๋อง เพื่อใช้ใน อุตสาหกรรมการผลิตภาชนะ กระป๋องโลหะ และฝาโลหะ ในการบรรจุอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์อื่นๆ มีผลกำไรสุทธิสำหรับปี 2561 จำนวน 128.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 เป็นจำนวนเงิน 364.8 ล้านบาท หรือเป็นการเติบโต 154.5% จากปี 2560 ที่ขาดทุนสุทธิ จำนวน 236 ล้านบาท

ทั้งนี้การขาดทุนดังกล่าวเป็นการขาดทุนจากการตั้งสำรองหนี้จะสูญไว้ 320 ล้านบาท หลังจากที่บริษัทได้ยกเลิกการลงทุนทั้งหมด 40% ในบริษัท แฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (แฟมิลี่) ดังนั้นเมื่อไม่มีการขาดทุน บริษัทจึงกลับมา โดยมีรายได้ และ มาร์จิ้นเพิ่มต่อเนื่อง สำหรับในปี 2562 บริษัทได้กำหนดเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากยอดขายปีที่แล้วอยู่ที่ 929 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ โดยตลาดในประเทศหลังจากที่กรรมาธิการสหภาพยุโรปได้พิจารณาปลดใบเหลืองประมงไอยูยูของประเทศเมื่อเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา น่าจะทำให้การส่งออกสินค้าอาหารทะเลจากไทยกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง

อันดับ 3 ASN บริษัทดำเนินธุรกิจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยซึ่งมุ่งเน้นการขายประกันภัยรถยนต์เป็นหลัก และได้ถือหุ้น 99.99% ในบริษัท เอเอสเอ็น ไลฟ์ โบรกเกอร์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเป็นนายหน้าประกันชีวิต และถือหุ้น 99.99% ในบริษัท ได้เงิน ดอทคอม จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการจับคู่ผู้ให้กู้ยืมเงินและผู้กู้ยืมเงิน

มีกำไรสุทธิสำหรับปี 2561 จำนวน 22.13 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 16% เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่ 6.3% กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 13.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153 .2% จากการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายจากการให้บริการ รายได้ค่าธรรมเนียมจากการให้บริการสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคลจากบริษัท ได้เงิน ดอทคอม จำกัด

อันดับ 4 CAZ บริษัทประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมี ทั้งบริการรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร , บริการรับเหมาก่อสร้างติดตั้งโครงสร้างและระบบ , บริการงานด้านวิศวกรรมโยธาและอาคาร , บริการผลิต ประกอบ และบริการอื่น

มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 55.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.52 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 140.35% จากปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 23.17 ล้านบาท เนื่องจากประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนในการก่อสร้าง และจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้เหมาะสม ประกอบกับอัตราการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าค่าใช้จ่าย

อันดับ 5 FLOYD ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ระบบสุขาภิบาลและระบบป้องกันอัคคีภัย และระบบปรับอากาศ โดยเริ่มตั้งแต่จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ให้คำปรึกษา ออกแบบ วางระบบ และติดตั้งอุปกรณ์ภายในอาคาร มีกำไรสุทธิ 43.99 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 18.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.14 ล้านบาท คิดเป็น 133.37%

อันดับ 6  PHOLผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม และผู้จัดจำหน่าย และให้บริการออกแบบ ผลิต รับก่อสร้าง ให้บริการเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค และบริโภค

มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 36.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 131.08% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 117.48 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 3.91%

อันดับ 7 DOD ธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีกำไรสุทธิ 306.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.40 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 142.19 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น อยู่ที่ 61.51 % เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1.53 %

อันดับ 8 BIZ บริษัทดำเนินธุรกิจเป็นผู้จำหน่ายและติดตั้งชุดเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยวิธีรังสีรักษา (Radiotherapy) และให้บริการซ่อมบำรุงรักษาชุดเครื่องมือทางการแพทย์ดังกล่าว (Maintenance Service) มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 84.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.94% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 41.15 ล้านบาท

อันดับ 9 GCAP ธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อแก่ลูกค้าที่ต้องการซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร การให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อประเภทอื่นๆ มีกำไรสุทธิ 54.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.87  ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 103.15% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 27.02 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับรายได้รวม โดยงวดปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 306.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.80 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 54.28% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 198.60 ล้านบาท