TOA รุกเปิดตลาดตปท. ทุ่ม600ล้านอัพกำลังผลิต

ทันหุ้น – TOA ปักหมุดปีนี้รายได้โต 10% จากปีก่อน รับพอร์ตลูกค้าขยายตัว แถมควักงบ 600 ล้านบาท รีโนเวทย์โรงงานเดิม-อัพกำลังผลิตใหม่ กรุยทางโกยเงินระยะยาว ปรับกลยุทธ์ รุกทำตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น หวังเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 19% ภายใน 5 ปี ด้านโบรกเกอร์ แนะ “ซื้อ” เคาะเป้าหมาย 32.25 บาท

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% จากปีก่อนที่ 1.64 หมื่นล้านบาท ผลมาจากธุรกิจมีการทำตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพิ่มเติม ส่งผลให้ฐานลูกค้าของธุรกิจขยายตัวมากขึ้น ประกอบกับธุรกิจมีกำลังผลิตใหม่เข้ามาเสริม

ทั้งนี้  ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของ TOA แบ่งเป็น การผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าต่างๆ ให้กับลูกค้าในประเทศราว 86%, ส่งออกสินค้าไปขายยังตลาดต่างประเทศ 14% รวมทั้งธุรกิจมีแนวทางเจาะตลาดลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมรายรับที่มั่นคงในอนาคตอีกทางหนึ่ง

*ทุ่มงบอัพไลน์ผลิต

ขณะที่ปีนี้ทาง TOA วางงบลงทุนไว้ราว 600 ล้านบาท แบ่งเป็น การใช้ปรับปรุงและซ่อมบำรุงโรงงานเดิมราว 200-300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือใช้รองรับการพัฒนาโรงงานแห่งใหม่อยู่ระหว่างก่อสร้างทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานผลิตสีแห่งใหม่ ในอินโดนีเซีย ขนาดกำลังการผลิต 7.8 ล้านแกลอน (คาดเปิดผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 2/2562), โรงงานใหม่ในเมียนมา ขนาดกำลังการผลิต 3.4 ล้านแกลลอน (น่าจะเปิดผลิตได้ในไตรมาส 3/2562) และโรงงานในกัมพูชา ขนาดกำลังผลิต 3.3 ล้านแกลลอน (เชื่อเปิดผลิตได้ในไตรมาส 4/2562) เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจในอนาคต และสนับสนุนภาพรวมธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่อง

โดยหากทุกอย่างเป็นไปตามที่วางไว้น่าจะทำให้กำลังผลิตรวมสิ้นปีนี้ขยับเพิ่มเป็น 102 ล้านแกลลอน หรือเติบโตราว 16% จากของเดิม รวมทั้งทำให้บริษัทมีโรงงานผลิตสีเพิ่มเป็น 10 แห่ง ครอบคลุมทั้งหมด 7 ประเทศ แบ่งเป็นโรงงานผลิตสีในไทย 3 แห่ง และมีโรงงานอีก 7 แห่งในเวียดนาม สปป.ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา และกัมพูชา รวมทั้งโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ฉาบบาง (Skim Coat) ในประเทศกัมพูชาอีกหนึ่งแห่งด้วย

*รุกตลาดต่างประเทศ

ส่วนกลยุทธ์การบริหารงานปี 2562 บริษัทคงหันมาทำตลาดในต่างประเทศให้มากขึ้น โดยการเพิ่มดีลเลอร์ในแต่ละประเทศ ซึ่งคงทำควบคู่ไปกับการสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขยับเพิ่มเป็น 19% ภายใน 5 ปีนับจากนี้หรือราวปี 2566

ขณะที่ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยปี 2562 นั้นจากการสำรวจข้อมูลในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.พ.62) ถือว่ามีแนวโน้มซบเซา แต่เชื่อคงไม่มีกระทบต่อยอดขายของธุรกิจมากนัก เพราะปัจจุบันฐานลูกค้าในประเทศนั้นมาจากลุ่มบ้านเก่า 70%, กลุ่มบ้านใหม่ 30% อีกทั้งประเมินว่าภายหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นคงน่าจะทำให้ประชาชามีความมั่นใจทางเศรษฐกิจมากขึ้น และสนับสนุนให้เกิดการใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามไปด้วย

*อนาคตไกล 32.25 บ.

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น TOA ให้ราคาเป้าหมาย 32.25 บาท หลังกำไรสุทธิของ TOA ในไตรมาส 4/2561 อยู่ที่ 437.6 ล้านบาท ลดลงราว 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ราว 9.6% และต่ำกว่า Bloomberg consensus16.0% เนื่องจากรายได้อื่นต่ำเกินคาด (ยอดขายวัตถุดิบ และ OEM) โดยกำไรสุทธิปี 2561 อยู่ที่ 1.83 พันล้านบาท เติบโต 6. 7% จากปีก่อน ต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ราว 1.87 พันล้านบาท

อย่างไรก็ดี ในมุมมองของฝ่ายวิเคราะห์มองว่าการขยายธุรกิจไปต่างประเทศก็เป็นกลยุทธ์ที่ดี แต่กลยุทธ์การขยายกิจการในต่างประเทศจะต้องใช้เวลาเพื่อเจาะตลาดจนถึงจุดคุ้มทุน break even (3-5 ปี) ทั้งนี้ TOA จะกันสำรอง 85ล้านบาทเมื่อพรบ.คุ้มครองแรงงานใหม่มีผลบังคับใช้ช่วงไตรมาส 1/2562 หรือไตรมาส 2/2562

พร้อมกันนี้ ทาง TOA ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2561 ที่ 0.18 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนที่ 0.5% โดยจะกำหนดขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิ์ปันผล (XD) วันที่ 2 พฤษภาคม และจะจ่ายปันผลวันที่ 17 พฤษภาคม 2562