LIT กางแผนยกชั้นเข้าSET ปล่อยสินเชื่อทะลุ 1.3 หมื่นล.

ทันหุ้น – LIT เผยแผนยกชั้นเข้าเทรด SET ภายในปี 2564 เพิ่มความสนใจให้นักลงทุนสถาบัน พร้อมตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อปีนี้มากกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่ 1.09 หมื่นล้านบาท เดินหน้าสร้างการเติบโตเพิ่มขึ้น 10-20% ทุบสถิติทำนิวไฮในรอบ 6 ปี ตั้งแต่เข้าจดทะเบียนตลาดเอ็มเอไอ

นายสมพล  เอกธีรจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2562 เติบโตจากปีก่อนที่ 10 – 20% ถือว่าเป็นสถิติสูงสุดต่อเนื่องจากปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตตามมูลค่าพอร์ตสินเชื่อโดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ามีพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อเพิ่มขึ้นมาที่ 2,930 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 2,547.73 ล้านบาท และกลยุทธปีนี้บริษัทจะเน้นขยายสินเชื่อ ไปยังลูกหนี้เป็นภาครัฐ จากเดิมที่เป็นลูกหนี้เอกชน โดยที่ผ่านมาบริษัทมีลูกหนี้ภาครัฐเพิ่มขึ้นมากกว่า 20 ราย

ปล่อยสินเชื่อทะลุ1.3หมื่นล.

ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายปล่อยสินเชื่อมากกว่า 13,000 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 10,980.26 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ เพิ่มความหลากหลายของการให้บริการผลิตภัณฑ์ โดยปีนี้บริษัทมีแผนที่จะโปรโมทซัพพลายเออร์ไฟแนนซ์ซิ่งเพิ่มขึ้น รวมถึงบริษัทเพิ่มช่องทางมาร์เก็ตติ้ง ด้วยการทำมาร์เก็ตติ้งในรูปแบบดิจิตอล ซึ่งคาดว่าบริษัทของลูกค้าที่มาจากช่องทางมาร์เก็ตติ้งปีนี้จะเพิ่มขึ้นมาประมาณ 10% ของการเปิดวงเงินลูกค้าใหม่ทั้งหมด จากปีก่อนที่ทำได้ 7.60%

ขณะเดียวกันบริษัทจะบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด โดยปีนี้บริษัทมีนโยบายตั้งสำรองหนี้สูญใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 70 ล้านบาท หรือในสัดส่วน 6-7% ของยอดลูกหนี้คงเหลือสุทธิจากหลักประกัน เพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS9 ที่จะนำมาใช้ และบริษัทมั่นใจว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว เพราะมีการบริการจัดการพอร์ตสินเชื่อเพื่อกระจายความเสี่ยงไว้เป็นอย่างดี ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีหนี้เสีย(NPL) ลดลง ตามการขยายตัวของธุรกิจที่เร็วกว่าคาดด้วยเช่นกัน

เร่งพัฒนาเทคโนโลยี

ในแง่ของการพัฒนาธุรกิจ บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มีความสะดวกและรวดเร็ว เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า และสามารถอนุมัติสินเชื่อในเวลาที่เร็วกว่าเดิมมากขึ้น และมีการปรับโครงสร้างภายในองค์กรให้มีความคล่องตัว ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามีความสะดวกรวดเร็วในการทำธุรกรรมทางการเงินเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี บริษัทมีแผนที่จะย้ายเข้าไปเทรดในตลาด SET ภายในปี 2564 โดยมุ่งหวังให้บริษัทมีการเติบโตมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความน่าสนใจให้แก่นักลงทุนสถาบัน ให้เข้ามาถือหุ้นในบริษัทเพิ่มขึ้น