GSC ก้าวสู่ผู้นำบริการครบวงจร ประกาศโตทุกภาวะเศรษฐกิจ

ในช่วงที่หลายธุรกิจมีความกังวลเศรษฐกิจที่เป็นขาลง ยังมีอีกธุรกิจหนึ่งที่สามารถทำเงินได้ทั้งช่วงเศรษฐกิจที่เป็นขาขึ้นและขาลง “อนุชัย วิทย์นลากรณ์” กรรมการ บริษัท โกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GSC กล่าวว่า ธุรกิจของบริษัท มี 2 ส่วน คือ ธุรกิจศูนย์บริการข้อมูล(Call Center Service) และธุรกิจติดตามทวงถามหนี้(Collection Service)

โดยธุรกิจศูนย์บริการข้อมูลเป็นการรับสายให้ข้อมูลตอบถามข้อซักถาม สินค้าบริการ ให้คำปรึกษาด้านเทคนิค โทรแจ้งสิทธิประโยชน์ของลูกค้า ส่วนธุรกิจทวงถามติดตามหนี้ เป็นลักษณะการโทรศัพท์ไปหาลูกค้า ส่งจดหมาย และ SMS ซึ่ง GSC ให้บริการข้อมูลทุกภาคธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรม

กลุ่มลูกค้าบริษัท

ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าของธุรกิจศูนย์บริการข้อมูล คือ โทรคมนาคมผู้ให้บริการมือถือ พลังงานปั๊มน้ำมัน ส่วนธุรกิจทวงถามติดตามหนี้กลุ่มลูกค้า คือ โทรคมนาคม และธนาคาร ทั้งภาครัฐและเอกชน

“ช่วงที่เศรษฐกิจดีจะสามารถปล่อยกู้ได้มาก ทำให้โอกาสมีหนี้เสียมาก ขณะเดียวกันช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี ก็มีโอกาสที่หนี้เสียมากขึ้นเช่นกัน เพราะฉะนั้นโอกาสของ GSC จึงมีทั้งสองด้าน”

สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ปี 2558 บริษัทมีกำไรอยู่ที่ 4.5 ล้านบาท ปี 2559 มีกำไรอยู่ที่ 24 ล้านบาท ปี 2560 มีกำไรอยู่ที่ 26 ล้านบาท และปี 2561 มีกำไรอยู่ที่ 13.9 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุหลักที่กำไรในปี 2561 ลดลงเนื่องจาก มีค่าใช้จ่าย 2 รายการที่เพิ่มเข้ามา คือค่าใช้จ่ายในการนำบริษัทจดทะเบียนเข้าตลาด mai ซึ่งจ่ายให้ FA และผู้ตรวจสอบบัญชี และอีกส่วนมีการตั้งค่าใช้จ่ายล่วงหน้าในส่วนของโบนัส ซึ่งทั้งสองส่วนมีเม็ดเงินรวมกันอยู่ที่ 8.6 ล้านบาท

เติบโตเลข 2 หลัก

ส่วนวัตถุประสงค์ที่บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เพราะต้องการเติบโตมากขึ้น ซึ่งการเข้าตลาดเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์และเพิ่มความเชื่อมั่นลูกค้ามากขึ้น รวมถึงเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน โดยอัตราการเติบโตที่ผ่านมาเป็นตัวเลข 2 หลักทุกปี

และหลังจากได้เม็ดเงินระดมทุนในครั้งนี้ จะนำไปต่อยอดธุรกิจในการขยายสาขาเพิ่มในกรุงเทพ 1 สาขา รองรับพนักงานสูงสุดไม่เกิน 300 คน ต่างจังหวัด 2 สาขา แต่ละสาขารองรับพนักงานรวมกันสูงสุดไม่เกิน 100 คน ในจังหวัดราชบุรี และสุพรรณบุรี  ซึ่งเม็ดเงินลงทุนสำหรับการขยายสาขาทั้ง 3 สาขาอยู่ที่ 110 ล้าบาท อีกส่วนจะนำมาปรับปรุงเทคโนโลยี จำนวน 43 ล้านบาท และที่เหลือจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ ตามแผนขยายงานในอนาคต

“เรามองธุรกิจนี้เป็นโอกาส 2 ส่วน โดยการเพิ่มบริการหลากหลายธุรกิจมากขึ้น ส่วนการติดตามทวงหนี้ มองการขยายตัวได้ดี เนื่องจากการให้เงินกู้กับธนาคารมีเพิ่มขึ้นทุกปี หนี้การค้าของแต่ละบริษัทก็มีมากขึ้น ในอนาคตจุดมุ่งหมาย หรือเป้าหมาย เราจะตั้งมั่นเป็นผู้ให้บริการธุรกิจ Outsourcing ครบวงจร นอกเหนือจากที่เราทำ ก็จะมีแม่บ้านหรือ รปภ. ที่เราจะสามารถไปได้ ซึ่งเราเองมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

คู่แข่งทางธุรกิจ

อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงคู่แข่งในธุรกิจนี้ ถือว่ายังมีไม่มากนัก ที่เป็นเจ้าใหญ่มีไม่กี่เจ้า ซึ่ง GSC เป็น TOP3 ของอุตสาหกรรมนี้ ทั้งสองธุรกิจ วันนี้จุดประสงค์ที่เข้าตลาดเพราะต้องการเติบโตและขยายธุรกิจต่อเนื่องทุกปี มองโอกาสขยายตัวได้อีกมาก เป็นการเพิ่มบริการหลากหลายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจการทวงถามหนี้ที่ยังโตได้อีกเยอะ

“บริษัทต่างๆ จะเลือก Outsource เพื่อลดการลงทุนเรื่องระบบ อุปกรณ์ และผู้ประกอบการยังสามารถลดภาระในการบริหารจัดการพนักงาน ส่วนธุรกิจทวงถามหนี้ ในช่วงที่เศษฐกิจดี ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อมาก ฉะนั้นโอกาสที่หนี้เสียก็มีมาก ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไม่ดีโอกาสว่างงานสูงขึ้น ก็มีโอกาสปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น เศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี มันโตตลอด แต่ถ้าเป็นธุรกิจบริการข้อมูล ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี งานที่ส่งมาอาจจะน้อยลงไปบ้าง”

“อนุชัย” กล่าวต่อว่า สำหรับในวันที่ 13 มีนาคมนี้ บริษัทมีความพร้อมนำหุ้นเข้าทำการซื้อขายวันแรก ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ภายใต้ชื่อย่อ ‘GSC’ ในการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยบริษัทมั่นใจว่า จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน โดยจะเห็นได้หลังจากที่ปิดการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 90 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นร้อยละ 36 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด ยอดการจองซื้อเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทประเมินไว้ เนื่องจากกลุ่มนักลงทุน ให้ความสนใจเข้ามาจองซื้อหุ้น IPO อย่างคึกคัก

มั่นใจพื้นฐานโตแกร่ง

“เราเชื่อมั่นในธุรกิจเรา และมีกำไรเติบโตทุกปี หลังจากเราทำตามแผนจะทำให้เรามีการเติบโต และทำให้ธุรกิจมั่นคงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งราคาอยู่บนพื้นฐาน อยากให้นักลงทุนเชื่อมั่นใน GSC ดังนั้นเชื่อว่าเมื่อ GSC เข้าซื้อขายเป็นวันแรกในวันที่ 13 มีนาคมนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนอย่างแน่นอน”

กรรมการ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้การตอบรับที่ดี สำหรับหุ้น GSCเพราะหลังจากเปิดจองซื้อ ทั้งกลุ่มผู้ถือหุ้นของ ACAP และ นักลงทุนทั่วไป ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีนักลงทุนให้ความสนใจจองซื้อ เข้ามาเป็นจำนวนมาก