SNAPSHOT : ARIP

ARIP บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน)

  1. ธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ด้านธุรกิจการบริหารจัดการ “Business+” และสื่อออนไลน์ด้านไอที “COMTODAY” และ “eLeader”
  2. ธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าไอที “COMMART” และรับจัดงานนิทรรศการ การประชุมสัมมนาทั้งภาครัฐและเอกชน
  3. ธุรกิจบริการสื่อดิจิทัลครบวงจร เข้าตรงถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยการตลาดดิจิทัลทุกรูปแบบ การพัฒนาแอพพลิเคชันบน อุปกรณ์พกพาสมัยใหม่ การผลิตสื่อมัลติมีเดีย รวมทั้งการพัฒนาโซลูชันในการผลิต จัดเก็บ และเผยแพร่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

Key Development of Company

ปี 2553   แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai

ปี 2555   รับบัตรส่งเสริมการลงทุน BOI ในกิจการซอฟต์แวร์ ประเภท Enterprise Software, Digital Content และ Embedded Software

ปี 2556   จัดงาน Thailand Top Company Award งานมอบรางวัลให้บริษัทที่มีผลประกอบการโดดเด่นด้านต่าง ๆ

ปี 2558   เปิดตัว Data Dive บริการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และรายงานผล

ปี 2560   พัฒนา “WISIMO” eLearning Solution ทั้งระบบการบริหารการเรียนรู้ และ เนื้อหาบทเรียนที่นำไปใช้งานได้จริง สำหรับองค์กรที่ต้องการเพิ่มศักยภาพ ความรู้ความสามารถของบุคลากรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร

ปี 2560   จากความสำเร็จของงาน Thailand Top Company Awards ที่มอบรางวัลให้แก่องค์กรขนาดใหญ่ขยายไปสู่งานมอบรางวัล สำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อย ที่มีผลประกอบการโดดเด่น “Thailand Top SME Awards”

Business Plan

สภาพเศรษฐกิจมีการเติบโตจากปีที่ผ่านมา ด้วยนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้งการส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม อย่างไรก็ตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัว ทำให้การบริโภคภาคครัวเรือนยังไม่กระเตื้อง ส่งผลต่อการลงทุนภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการใช้งบประมาณการประชาสัมพันธ์ ทำให้ยอดโฆษณาในสื่อหลักทุกประเภทลดลง แต่กลับพบว่ามีการใช้งบประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ดังนั้นบริษัทจึงได้ปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ดังนี้

  • การเพิ่มรายได้จากธุรกิจสื่อออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ตามแนวโน้มการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนไป
  • การมุ่งเน้นการบริการการตลาดดิจิทัล แบบครบวงจรตั้งแต่การบริการให้คำปรึกษา จัดทำคอนเทนต์ การจัดแคมเปญ การประเมินผล การผนวกรวมสื่อออฟไลน์ และออนไลน์ รวมถึงการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ผ่านงานสัมมนาและงานแสดงสินค้า เพื่อให้เป็นบริการการตลาดดิจิทัลที่ครบวงจร มีความพร้อมในทุกด้านมากกว่าคู่แข่ง
  • การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความเหมาะสม ลดขั้นตอนการทำงาน เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
  • การขยายสู่ธุรกิจใหม่ด้านการพัฒนาศักยภาพของพนักงานในองค์กร ด้วยการผนวกรวมความได้เปรียบด้านคอนเทนต์เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างสรรค์แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการพัฒนาความรู้และทักษะของพนักงานในองค์กรลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ของปัญหาด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ขององค์กรต่างๆ โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางและขนาดย่อม

Investment Highlight

  • ปี 2016 บริษัทฯ ได้ปรับโครงสร้างองค์กร ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ และมีความพร้อมในการเข้าสู่ธุรกิจดิจิทัลในทุกหน่วยธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับเนื้อหาคอนเทนต์ และการนำเสนอผ่านสื่อดิจิทัล
  • บริษัทฯ ได้ขยายบริการด้านการตลาดดิจิทัล และการตลาดฐานข้อมูลกับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ไปยังลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ซึ่งเป็นบริการที่มีการขยายตัวสูงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
  • ปี 2017 บริษัทฯ ได้พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานของพนักงานที่ชื่อว่า “WISIMO” เพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรบุคคลในองค์กร โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์ และเทคโนโลยีและการผลิตที่ทันสมัย รวมทั้งความร่วมมือทางด้านวิชาการกับสถาบันการศึกษา นำเสนอในรูปแบบของการให้บริการที่สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง (recurring revenue) และสามารถขยายบริการเสริมเพิ่มเติมได้ในอนาคต เป็นรูปแบบธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มและนำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

Risk Factor

  • การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะด้านสื่อ ทำให้ธุรกิจสื่อต่างๆ ต้องมีการปรับตัวให้สอดรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลต่อธุรกิจหลักของบริษัทฯ ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยง บริษัทฯ จึงได้พัฒนาด้านสื่อดิจิทัลเพื่อให้เข้าถึงการบริโภคสื่อของผู้บริโภค รวมถึงการประสานสื่อทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกรับสื่อของบริษัทฯ ได้ทุกช่องทาง
  • การใช้จ่ายของภาคธุรกิจเอกชนลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างช้าๆ มีผลต่อรายได้ของบริษัทฯ ในด้านการประชาสัมพันธ์ ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้มุ่งเน้นไปที่งานบริการทางการสื่อสารการตลาดแบบครบวงจรแก่ภาครัฐที่เป็นภาคที่ยังมีกำลังซื้ออยู่ เห็นได้จากงบประมาณภาครัฐที่มีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับโครงการของหน่วยงานด้านไอซีที ซึ่งเป็นด้านที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญ เพื่อลดความเสี่ยงจากรายได้ในหน่วยธุรกิจอื่น และสามารถเป็นผลงานเพื่อต่อยอดไปยังโครงการอื่นๆ ได้

*** ARIP *** โฟกัสดิจิทัลเซอร์วิส หวังทำเงินเข้ากระเป๋า 40 ล.

ทันหุ้น – ARIP กางแผนงานปี 2562 รุกขยายธุรกิจใหม่ “ดิจิตอลเซอร์วิส” เต็มสูบ พุ่งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ คาดกวาดรายได้ 30-40 ล้านบาท ส่งซิกผลงานปี 62 โต 10-15% พร้อมโชว์งบปี 2561 กวาดกำไรเข้ากระเป๋า 3.4 ล้านบาท ส่วนรายได้อยู่ที่ 136 ล้านบาท

นางเอื้อมพร ปัญญาใส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) หรือ ARIP ผู้ประกอบธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ ธุรกิจการจัดงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้า และกิจกรรมทางการตลาด ธุรกิจบริการดิจิทัลในปี 2562 ว่า แผนงานในปีนี้จะมุ่งไปที่ธุรกิจบริการ หรือ ดิจิทัลเซอร์วิส ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ดิจิทัลเอเจนซี่ และดิจิทัลออนไลน์ ซึ่งเป็นระบบการเรียนการสอนออนไลน์ มีคอสเทรนนิ่งให้กับบุคคลากรในองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งกลุ่มหลักของบริษัทคือองค์กรต่างๆ ที่มีการฝึกอบรบพนักงานให้พัฒนาขึ้น

ปั๊มรายได้โต 10-15%

ทั้งนี้ตั้งเป้ารายได้ในส่วนของดิจิทัลออนไลน์ ไว้ที่ประมาณ 30-40 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้เริ่มมีรายได้เข้ามาแล้ว และคาดว่าในปีนี้จะมีทิศทางที่ดีเนื่องจากเป็นเทรนด์ที่ทุกบริษัทต้องมีการพัฒนาบุคคลากร โดยรายได้ส่วนใหญ่น่าจะเข้าในช่วงปลายไตรมาส 2/2562

“ปีนี้เราคิดว่าเรามั่นใจมากกว่าปีก่อน ซึ่งเราเริ่มเห็นชัดเจนขึ้น และมุ่งไปที่ดิจิทัลเซอร์วิส จึงอยากให้ความมั่นใจว่าจะมีทั้งดีมานด์และซับไพร เป็นไปตามเป้าหมายที่เราวางไว้ ซึ่งเราคาดหวังว่าหลังเลือกตั้งจะเห็นทิศทางที่ดีมากขึ้น” นางเอื้อมพรกล่าว

สำหรับแนวโน้มการเติบโตของรายได้ในปี 2562 คาดจะเติบโตราว 10-15% จากปี 2561 ที่ 136 ล้านบาท ขณะเดียวกันคาดแนวโน้มอัตราการเติบโตของกำไรจะเติบโตต่อเนื่อง โดยสิ้นปี 2561 ARIP มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3.4 ล้านบาท

ขณะเดียวกันคาดสัดส่วนรายได้ในปี 2562 ของ ARIP จะมาจากธุรกิจการจัดงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้า และกิจกรรมทางการตลาด ราว 50% จากการจัดงานอีเว้นต์คอมมาร์ทจำนวน 3 ครั้งต่อปี ซึ่ง ARIP จะจัดงานดังกล่าวในช่วงเดือนมีนาคม มิถุนายน และพฤศจิกายน ส่วนธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ อยู่ที่ 25% และ ธุรกิจบริการดิจิทัล 25%

ซุ่มเจรจาพาร์ทเนอร์

ในส่วนของงานอีเว้นต์ปีนี้น่าจะมีงานใหม่เป็น B2B ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจากับพาร์ทเนอร์อยู่ นอกจากนี้ ARIP จะปรับตัวใช้คอนเทนต์มากขึ้น จากการร่วมมือกับพันธมิตรหลายราย เพื่อสร้างคอนเทนต์ให้มากขึ้น ขณะที่ส่วนของการรับจัดงาน คาด ARIP จะเน้นรับงานที่มีมาร์จิ้นสูง เพื่อสร้างผลกำไรให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง