นับถอยหลังใช้ LTV อสังหาจัดทัพรับมือ ชูLH-SPALIยิลด์สูง

ทันหุ้น – นักวิเคราะห์คาดมาตรการ LTV กระทบกลุ่มอสังหาในกรอบจำกัด มั่นใจผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์รับมือได้ ประเมินยอดเปิดโครงการใหม่ลดลงถึง 20% แต่กำไรทรงตัว แนะตุน LH, AP, SPALI เข้าพอร์ตรับปันผลสูง ฐานะการเงินแข็งแกร่ง เคาะเป้า LH ที่ 11.40 บาท ยิลด์ 7.5% ส่วน SPALI เป้า 22.10 บาท ยิลด์ 5.6%

นางสาวเติมพร ตันติวิวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดการณ์ผลการดำเนินงานภาพรวมครึ่งปีแรก 2562 ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 โดยคาดว่าการตัดสินใจซื้อของกลุ่มผู้ต้องการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยก่อนที่มาตรการควบคุมสินเชื่อบ้าน (LTV) จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2562 เริ่มเบาบางลงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป ประกอบกับช่วงไตรมาส 2/2562 เป็นช่วงโลว์ซีซันของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

*เน้นลงทุนหุ้นปันผล

ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงติดตามการปรับแผนการดำเนินงานของกลุ่มผู้ประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 หลังมาตรการ LTV มีผลบังคับใช้ และอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมกลุ่มผู้ประกอบการยังคงตั้งเป้ายอดขายเติบโตประมาณ 5% จากยอดเปิดโครงการใหม่ที่ปรับลดลง 20% จากปี 2561 ฝ่ายวิเคราะห์จึงประมาณการกำไรทั้งปี 2562 ของผู้ประกอบการกลุ่มอสังหาริมทรัพย์น่าจะทรงตัว หรือลดลงประมาณ 1%

อย่างไรก็ตาม พบว่าในปี 2562 หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เป็นกลุ่มที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงเฉลี่ย 7%-8% หลายบริษัท ดังนั้นการพิจารณาเข้าลงทุนจึงควร “ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว” โดยพิจารณาจาก 1.เป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง, 2.การพัฒนาโครงการครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ และ 3.ศักยภาพในการจ่ายเงินปันผล

*ตุน LH-SPALI เข้าพอร์ต

โดยฝ่ายวิเคราะห์ แนะนำ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH และ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI ทั้งนี้ LH ถือเป็นหุ้นที่ให้ปันผลสูงที่สุดในกลุ่ม โดยผลตอบแทนจากปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 7.5% เนื่องจาก LH มีสัดส่วนรายได้จากการขายโครงการที่ 86% และมีรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ 14% ณ ปัจจุบัน LH มีBacklog ที่รอบันทึกรายได้ปีนี้ที่ 5,800 ล้านบาทและเป็นรายได้ที่ปลอดภัย (Secured Revenue) สูงถึง 16% ฝ่ายวิเคราะห์ประมาณการรายได้ทั้งปี 2562 ของ LH ที่ 37,013 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปี 2561 (YoY) ประเมินมูลค่าด้วย PER ที่ 13.8 เท่า (-0.5SD) ได้ราคาเป้าหมายที่ 11.40 บาทโดยยังไม่รวมสมมติฐานของการขายสินทรัพย์ แนะนำ “ซื้อลงทุนระยะยาว” สำหรับนักลงทุนที่ชอบปันผล

ส่วน SPALI ณ สิ้นปี 2561 SPALI มี Backlog ในมือที่ 42,529 ล้านบาท มีกำหนดบันทึกรายได้ในปีนี้ 13,407 ล้านบาท จากประมาณการรายได้ทั้งปี 2562 ของฝ่ายวิเคราะห์ที่ 28,270 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 10.6% เมื่อเทียบกับปี 2561 และประมาณการกำไรสุทธิเท่ากับ 6,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับปี 2561คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22.10 บาท เนื่องจาก SPALI สามารถกระจายความเสี่ยงได้ในหลาย Sector และหลาย Segment และผลกระทบของ LTV มีจำกัดรวมทั้งสถานะการเงินที่แกร่ง อีกทั้งมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 5.6% เคาะ “ซื้อ” เป้า 9.40 บาท