การรอคอย ของนักลงทุนรายย่อย

ขึ้นชื่อว่า “นักลงทุนรายย่อย” ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหน จากประเทศพัฒนาแล้วแค่ไหนเวลาหุ้นปรับตัวลงก็กังวลกันทั้งนั้นต่อให้เป็นประเทศทุนนิยมพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปก็เถอะ

อย่างปลายปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาตลาดหุ้นยุโรป รวมทั้งตลาดหุ้นเอเชีย ต่างก็ปรับตัวลดลงอย่างเร็ว นักลงทุนส่วนใหญ่ก็ออกอาการกลัว และลดหน้าตักการเทรดหุ้น กลัวกันถึงขนาดที่เพื่อนฝูงคนใกล้ตัวของผม ถึงกับไม่กล้าลงทุนในกองทุนหุ้น LTF RMF กันเลย เพราะกลัวว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวลงจากปีที่แล้วอีก

ซึ่งเมื่อถึงจุดนี้ ตลาดหุ้นไปเปิดปี 2562 มาสองเดือน ตลาดหลักทั่วโลกล้วนเขียวสดใส ตลาดหุ้นไทยก็บวกไปแล้วมากกว่า 5% และยิ่งเป็นตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงหนักที่สุดในปีที่แล้ว อย่างตลาดหุ้นจีน (เซี่ยงไฮ้คอมโพสิท) ปีนี้ก็บวกมาแล้วถึง 18%

เห็นความเป็นไปของตลาดแบบนี้ ก็พาให้นึกถึงช่องข่าวการเงินระดับโลกอย่าง CNBC ที่เคยเชิญอาจารย์ปู่วอเรน บัฟเฟตต์  มาสัมภาษณ์ในช่วงที่ตลาดหุ้นไม่ดีเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เพื่อช่วยให้ข้อคิดนักลงทุนไม่ให้ตื่นตูมเกินไป สิ่งที่อาจารย์ปู่ บัฟเฟตต์ ให้สัมภาษณ์ ช่างเรียบง่าย และทรงพลัง … เขาว่ายังไง? ประเด็นหลักมี 3 ข้อครับ

  1. อย่าจ้องตลาดหุ้นให้มากไป(I would tell them don’t watch the market closely)
  2. ซื้อแล้วถือ คือกลยุทธ์ที่ดีที่สุด (Buy-and-Hold is the best strategy)
  3. คนที่เป็นต้นเหตุทำให้ผลตอบแทนคุณแย่ คือตัวคุณเอง…(The only person that caused you bad result in stocks is “Yourself” ) ข้อนี้พอบัฟเฟตต์พูดจบพิธีกรผู้หญิงหัวเราะเลย

นักลงทุนรายย่อยทุกคนบนโลก อยากเห็นราคาหุ้นที่ตัวเองถืออยู่ เพิ่มขึ้นทุกวัน เพิ่มขึ้นทันที เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่เหนื่อย ไม่พัก …คำถามคือ มันเป็นไปได้ในโลกความเป็นจริงหรือ ?แน่นอนครับ มันเป็นไปไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ อาจารย์ปู่บัฟเฟตต์ ถึงได้ แนะนำหลายครั้ง ว่าอย่าจดจ้องตลาดหุ้นให้มากเกินไป เพราะหากท่านเป็นนักลงทุนที่เช็คราคาหุ้นทุกวัน วันละหลายๆครั้ง รีเฟรชหน้าจอรัวๆ ขอบอกว่าการทำเช่นนั้นนอกจากจะไม่ช่วยให้พื้นฐานกิจการดีขึ้นแล้ว ยังทำให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลของตัวท่านเองด้วย อย่าลืมว่าการรอคอยเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน

ผมอยากชวนนักลงทุนลองนึกถึงช่วงเปิดปี 2562 … เราเริ่มต้นการซื้อขายหุ้นด้วยอารมณ์ไม่แน่ใจ ตลาดหุ้นปีที่แล้วส่งโมเมนตั้มมาไม่ดี เศรษฐกิจไทยปีนี้ไม่ดี ปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมือง จะมีเลือกตั้งไหม ส่งออกแย่ การลงทุนภาคเอกชนไม่เดินเครื่อง การบริโภคในประเทศยังไม่ฟื้น และอีกสารพัดปัญหา

หุ้นไทยเรา เมื่อซึมซับข่าวร้ายอย่างเต็มที่ตอนปลายปี61ตั้งแต่เปิดปี ถึงวันที่ 1 มี.ค. 2559 ผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยไม่เลวเลยครับ SET +5.73% ทั้งๆที่ตอนปลายปีที่แล้ว ผมเคยพูดจูงใจเรื่องลงทุนใน LTF RMF ยังโดนตำหนิว่า ปีหน้าหุ้นลงเละเทะแน่ นิ้วโป้งยังจะแนะนำใครไปลงทุน LTF RMF อีกหรือ?

ซึ่งแน่นอนครับ ผมมั่นใจว่าการทยอยลงทุนในหุ้น ระยะยาว และได้ประโยชน์ทางภาษี มันคือกลยุทธ์การลงทุนที่ทั้งง่าย และได้ผล เหมาะกับทุกคนที่ต้องการจะเตรียมตัวหาเงินใช้ยามเกษียณ เพราะหุ้น ไม่ว่าจะพื้นฐานดีแค่ไหน ก็มิได้ราคาขึ้นด้วยพื้นฐาน (Fundamental) เพียงอย่างเดียว เพราะหุ้นขึ้น ต้องมี 2 ฟัน คือ Fundamental(ปัจจัยพื้นฐาน) และ Fund Flow (เงินต่างชาติไหลเข้า)เพื่อเพิ่มดีมานด์ในการซื้อหุ้น)

เคยได้ยินขงเบ้งพูด(ตอนโจโฉแตกทัพเรือ) เรื่อง “ทุกอย่างพร้อมพรัก ขาดแต่ลมบูรพา” ไหม? อุปมาถึงการประกอบภารกิจใดภารกิจหนึ่ง องค์ประกอบต่างๆ ได้ตระเตรียมจนพร้อมหมดแล้ว ยังขาดก็แต่องค์ประกอบที่สำคัญที่สุด

Fundamental คือการเตรียมทัพ เราจะจัดทัพลงทุนดีที่สุด เลือกหุ้นพื้นฐานดีที่สุด… Fund Flow ก็คือ ลมบูรพาที่จะพัดพาให้ทัพลงทุนของเรารุดหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งกว่าจะพัดมา นักลงทุนก็ต้องรู้จักรอครับ

                Stay Calm Stay Invest  …ทำใจให้สงบและลงทุนต่อไป

***************

                โดย อธิป กีรติพิชญ์ (Facebook Fanpage : นิ้วโป้ง Fundamental VI)

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมเรื่องข่าวสารหุ้น การลงทุนหุ้นพื้นฐาน และเล่นหุ้นเทคนิคอล ได้ที่ stock2morrow

>>> https://www.stock2morrow.com/article.php