CAZ อวดงานในมือ2,800ล. EECหนุนกลุ่มธุรกิจเต็มสูบ

ทันหุ้น – CAZ รุกงานก่อสร้างเต็มสูบ ชี้โครงการ EEC หนุนธุรกิจน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมีเพียบ ด้านผู้บริหารคาดรายได้เติบโตต่อ 40% จากปีก่อน ตุนแบล็กล็อกเต็มหน้าตัก 2.8 พันล้านบาท จ่อบุ๊กเข้ากระเป๋าเต็มๆ เตรียมชงบอร์ดอนุมัติงบปี 2561 เชื่อเป็นไปตามเป้าหมาย

นายซุง ซิก ฮอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี เอ แซด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CAZ เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจก่อสร้างในอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมี จะเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มลูกค้า Oil&gas ได้ขยายธุรกิจและลงทุนในโครงการมากขึ้น ขณะเดียวกันการสนับสนุนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทมีงานก่อสร้างมากขึ้น โดยเฉพาะงานในกลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท

คาดรายได้โต40%

ทั้งนี้บริษัทคาดรายได้ปี 2562 จะเติบโตราว 40% ต่อจากปี 2561 โดยการเติบโตดังกล่าวจะมาจากการรับรู้งานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ราว 2.8 พันล้านบาท ซึ่งการดำเนินงานยังเป็นไปตามแผน ตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยเงินระดมทุนจากการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO บริษัทจะนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรับงานก่อสร้าง และดำเนินงานที่มีในมือ

นอกจากนี้บริษัทจะติดตาม งานที่ยื่นเอกสารและรอผลประมูล โดยจะทราบความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวได้ภายในไตรมาส 1/2562 จำนวน 1 โครงการ ทั้งนี้บริษัทไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดมูลค่าโครงการได้ เนื่องจากบริษัทต้องการเห็นความชัดเจนจากผลประมูลงานก่อน

อนึ่ง บริษัทเป็นประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมี แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้1. บริการรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร2. บริการรับเหมาก่อสร้างติดตั้งโครงสร้างและระบบ3. บริการงานด้านวิศวกรรมโยธาและอาคาร4. บริการผลิต ประกอบ และบริการอื่น

ชงบอร์ดปิดงบปี61

สำหรับผลประกอบการปี 2561 บริษัทเตรียมประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เพื่ออนุมัติผลการดำเนินงานในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้ โดยคาดทิศทางผลประกอบการจะเติบโตได้ตามแผน

นางสาวนิตา กล่าวก่อนหน้านี้ว่า สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 312 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้เพิ่มความสามารถในการรับงานในอนาคต โดย CAZ จะนำเงินไปใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันแก่ธนาคาร จำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการทันทีหลังได้รับเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ จำนวน 129.44 – 169.44 ล้านบาท ในส่วนที่เหลือจะนำไปลงทุนซื้ออุปกรณ์ เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจและการพัฒนาด้านไอที จำนวน 40 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับงานถึง 3,000 – 3,500 ล้านบาทต่อปี จากปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อเดือน หรือเฉลี่ยประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อปี จากการระดมทุนครั้งนี้ยังช่วยให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ของบริษัทลดลง ทำให้บริษัทมีศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สามารถเพิ่มช่องทางในการจัดหาเงินทุนและขยายวงเงินกู้ได้อีก เพื่อรองรับการขยายงานเพิ่มในอนาคตได้อีกด้วย