TMลุ้นปิดดีลพันธมิตรญี่ปุ่น

ทันหุ้น—TM เจรจาพันธมิตรญี่ปุ่น 2-3ราย หวังร่วมทุนธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ คาดสรุปกลางปี 2562 พร้อมลุยก่อสร้างทันที ใช้เงินลงทุน 150 ล้านบาท หวังโกยรายได้เพิ่มปีละกว่า100 ล้านบาท ส่วนรายได้ทั้งปี2562 มั่นใจโต ต่อเนื่องตามอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ เล็งเพิ่มสินค้าแบรนด์ใหม่อีก4 แบรนด์

นางสุนทรี จรรโลงบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM เปิดเผยว่าบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรญี่ปุ่น 2-3 รายเพื่อร่วมทุนดำเนินการก่อสร้างสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงแบบครบวงจร ซึ่งจะรวมในส่วนของจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับผู้สูงอายุด้วย ส่วนการดูแลผู้สูงอายุคาดว่าจะมีเตียงรองรับประมาณ 50-100 เตียง ทั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปพันธมิตรในช่วงกลางปี แต่การดำเนินการก่อสร้างก็จะเริ่มดำเนินการช่วงกลางปีทันที

ซึ่งปัจจุบันการลงทุนหลักจะมาจากในส่วนบริษัทก่อน โดยมูลค่าการก่อสร้างจะอยู่ที่ไม่เกิน 150 ล้านบาท อย่างไรก็ดีคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 1 ปีและรับรู้เป็นรายได้เข้ามาในปี 2563 หรือมีรายได้เข้ามาราวปีละ 100 ล้านบาท โดยศูนย์ดังกล่าวจะตั้งอยู่บริษัทถนนรามคำแหง ซึ่งบริษัทมีที่ดินรองรับเรียบร้อยแล้ว

แย้มงบQ1/62สดใส

ส่วนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส1/2562 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง โดยยังมียอดขายเข้ามาเพิ่มขึ้น ทำให้ปีนี้บริษัทตั้งเป้าว่าเพิ่มขึ้นเป็น 660-665 ล้านบาท หรือเติบโต 5% ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์  ที่คาดว่าจะเติบโต 5-10% ซึ่งอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ยังได้รับงบประมาณต่อเนื่อง และไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจปต่อย่างใด และหากมีการเกิดโรคระบาด หรือสถานการณ์เกี่ยวข้อกับสุขภาพ เช่นฝุ่นละออง จะทำให้บริษัทมียอดขายสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“ยอดขายตั้งแต่ต้นปี ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี การเติบโตของบริษัทอาจจะไม่ได้หวือหวามากนัก แต่มีการเติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ สอดคล้องกับอุตสาหกรรม ทางบริษัทเองก็มีการขยายงานใหม่ มีการนำแบรนด์สินค้าใหม่เข้ามาจำหน่ายให้แก่ทางโรงพยาบาลละยังพิจารณาที่จะทำ สถานดูแลผู้สูงอายุ ตอนนี้ก็มีการเจรจากับพันธมิตรในประเทศญี่ปุ่น กลางปีน่าจะทราบผล แต่ส่วนทางบริษัทเองก็จะดำเนินการก่อสร้างไปด้วย”นางสุนทรี กล่าว

เพิ่มแบรนด์สินค้า

พร้อมกันนี้บริษัทยังมีการนำแบรนด์สินค้าใหม่จากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย ราว 4 แบรนด์ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับลำใส้ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผ้าอ้อมผู้ใหญ่ เป็นต้น ทำให้ปีนี้สินค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย 30 แบรนด์ จากปัจจุบันบริษัทเป็นแทนจำหน่ายให้แก่ 26 แบนด์สินค้า

ขณะเดียวกัน บริษัทจะเน้นผลักดันมาร์จิ้นให้เติบโตสูงขึ้น โดยการตัดการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ทำกำไรออกไป และพยายามหาสินค้าใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูงเข้ามาจำหน่าย พร้อมกันนี้บริษัทมีแผนผลักดันอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) เพิ่มขึ้นไปแตะที่ระดับ 10% จากการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย และตัดสินค้าที่ไม่กำไรออกไป

ด้านบริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดการณ์ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2561 จะเป็นบวกต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นของการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีของภาครัฐ (ช่วงเดือนต.ค.ของทุกปี) ทำให้คาดว่าโรงพยาบาลรัฐจะมีคำสั่งซื้อเข้ามาสูงกว่าทุกๆ ไตรมาส จึงปรับประมาณการกำไรทั้งปี 2561 ขึ้นเป็น 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.5% จากปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐานปี 2562 ที่ 3.70 บาท