CI ยิ้ม! แห่ซื้อบ้านราคาร้อยล้าน จ่อขายสินทรัพย์เข้ากองเท่าตัว

ทันหุ้น—CI เผย โครงการ Issara Residence Rama 9 โกยรายได้แล้วกว่า 60% คาดสิ้นปีทำยอดขายได้มากกว่า 90% มั่นใจเกณฑ์ LTV ไม่กระทบกลุ่มลูกค้าบ้านหรู เผย ซัพพลายในตลาดน้อย มองผลงานQ4/61 พลิกกำไร ปี62 โตต่อเนื่อง ตั้งงบลงทุน6 พันล้านบาท เดินหน้าพัฒนาโครงการต่อเนื่อง ปี63 เล็งขายสินทรัพย์เข้ากอง SRIPANWA อีกเท่าตัว

นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI  เปิดเผยว่า บริษัทได้พัฒนาโครงการ Issara Residence Rama 9 บ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่อย่างแท้จริง โดยมีมูลค่าโครงการ 2 พันล้านบาท ภายใต้แนวคิด “บ้านล้อมสวน”ที่มาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวกับการอยู่อาศัยในสังคมคุณภาพ เพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟด้วยจำนวนบ้าน เพียง 20 หลังเท่านั้น  ได้รับการตอบรับดีจากลูกค้ามาก ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 60%คาดว่าปีนี่จะมียอดขายราว90% โดยยอดขายในกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ยังมีการเติบโตได้เนื่องจากมีซัพพลายไม่ถึง10%

ยอดขายดีต่อเนื่อง

ทั้งนี้ที่ดินแปลงนี้ ที่อยู่ใจกลางเมืองและเป็นย่าน New CBD จึงตั้งใจทำการพัฒนาที่ดินแปลงนี้ให้เป็นบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ นอกจากมีทำเลที่ดีแล้ว การสร้างความแตกต่างให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความสุข และความเป็นส่วนตัว อย่างแท้จริงให้กับการอยู่อาศัยซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ทั้งนี้ผู้พัฒนาโครงการต้องอาศัยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า  อีกทั้งถนนพระราม 9 ก็ถือเป็นจุดเชื่อมต่อสำหรับการเดินทางไม่ว่าจะเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจอย่างอโศก สุขุมวิท ทองหล่อ เอกมัย สาทร สีลม หรือจะมุ่งหน้าออก มอเตอร์เวย์ และสนามบินสุวรรณภูมิก็สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก ประกอบกับที่ตั้งโครงการยังใกล้กับทางด่วนพิเศษศรีรัช-พระราม 9 และยังมีส่วนต่อขยายแนวรถไฟฟ้า MRT สายสีส้มที่ตัดผ่านใกล้กับโครงการอีกด้วยด้วย

อย่างไรก็ตามในส่วนของทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น รวมถึงมาตรการควบคุมสินเชื่อ(LTV) ใหม่จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะประกาศใช้ในเดือนเมษายนปีนี้ อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะระดับกลาง-ล่าง ขณะที่ระดับบนซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทจะไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว

*หวังผลงานQ4 พลิกกำไร

ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส4/2561 จะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท(บอร์ด) วันที่26 กุมภาพันธ์ 2562 โดยคาดว่าจะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ แม้ 9 เดือนปี 2561 ผลงานขาดทุนราว 126 ล้านบาท และคาดว่าผลประกอบการปี 2562 จะเติบโตต่อเนื่องโดยบริษัทมีสต็อคพร้อมขายราว 5-6 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ราว 1 พันล้านบาท

พร้อมกันนี้วางแผนการลงทุนในปี 2562 โดยวางงบประมาณกว่า 6 พันล้านบาท ในการพัฒนาโครงการใหม่และพัฒนาโครงการส่วนต่อขยาย ประกอบด้วย โครงการคอนโดมิเนียมหรูย่านถนนจันทร์ – สาทร มูลค่าโครงการ 2 พันล้านบาท, ส่วนต่อขยายโรงแรมบาบา บีช คลับ หัวหิน เมนโฮเทล อาคารสูง 12 ชั้น จำนวน 50 ห้อง มูลค่าโครงการ 1.5 พันล้านบาท

โครงการบ้านพักตากอากาศ พูลวิลล่า 7 หลังภายในโครงการทิวทะเลเอสเตท มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท, วาเคชั่น คลับ อาคารสูง 10 ชั้น 80 ยูนิต ภายในโครงการทิวทะเลเอสเตท มูลค่าโครงการ 1.5 พันล้านบาท รวมไปถึงส่วนต่อขยายของโรงแรม ศรีพันวา ภูเก็ต คอนเวนชั่นฮอลล์ขนาดจุ 400 คน พร้อมห้องพักแบบพูลสวีท จำนวน 20 ห้อง มูลค่าโครงการ 1 พันล้านบาท และโครงการบ้านพักตากอากาศ พูลวิลล่าอีกจำนวน 4 หลัง มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท

ส่วนกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา (SRIPANWA) ปัจจุบันมูลค่าราว 4 พันล้านบาท โดยปี 2563 จะมีการนำสินทรัพย์ อีก3 แห่งเข้ากองคือ โรงแรม บาบา บีช คลับ หัวหิน มูลค่า1.4 พันล้านบาท  ,โรงแรม บาบา บีช คลับ พังงา  มูลค่า 600-700 ล้านบาท และโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ในส่วนของการขยายใหม่ มูลค่าราว 1 พันล้านบาท รวมมูลค่า 3.1-3.2 พันล้านบาท ส่งผลให้มูลค่ากองทีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงระดับ 7 พันล้านบาท  จากปัจจุบันเกือบ4 พันล้านบาท