เคาะ KBANK

เคาะไป คุยไป By ASL วันนี้พบกับหุ้นในกลุ่มธนาคารที่ราคาปรับตัวลงมายืนเหนือแนวรับ EMA100 วันได้ โดยเราจะใช้กลยุทธ์การลงทุน Buy on dip สำหรับการลงทุนใน KBANK หรือ ธนาคารกสิกรไทย

Earning Result น้อยกว่าคาด เล็กน้อย

ปี 2561 มีกำไรที่ 3.85 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 12%YoY มากกว่าที่คาด 5% โดยรายได้ดอกเบี้ยขยายตัว 4.7% มี NIM ทั้งปีที่ 3.39% แต่รายได้ค่าธรรมเนียมหดตัว 9.71% ต่ำกว่าที่เราและ KBANK ได้ตั้งเป้าไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการ migrate ค่าธรรมเนียมจากแบบเดิมเข้าสู่ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น นอกจากนี้ปัจจัยหนุนกำไรอีกด้านคือ credit cost ที่ต่ำกว่าที่เราได้ประเมินไว้โดยทั้งปีอยู่ที่ 175 bps

สินเชื่อยังโตได้ต่อเนื่อง ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังดีอยู่

ด้านสินเชื่อสิ้นปี 2561 เท่ากับ 1.91 พันล้านบาท ขยายตัว 6.2%YoY จากเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยเป็นหลักใน 4Q61 แต่ทั้งปีโดดเด่นในกลุ่ม corporate ขณะที่ NPL ratio อยู่ที่ 3.34% โดยในปี 2562 NPL จะเพิ่มขึ้นจากการลดการ write-off หนี้เสียออก โดย KBANK จะนำหนี้เสียมา recovery เองเพื่อ higher yield ซึ่งเราได้ตั้งสมมติฐาน NPL ratio แบบ worse case ที่ 3.7% ขณะที่ coverage ratio แข็งแกร่งที่ 160.6% จาก 155.95% ในไตรมาสก่อน

เราปรับประมาณการกำไรปี 2562 ขึ้นเป็น 4.0 หมื่นล้านบาท

เราปรับสมมติฐานด้าน credit cost ที่มีแนวโน้มเป็นขาลงในปีนี้โดยอยู่ที่ 3.95 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 2.6%YoY นอกจากนี้รวมถึงแนวโน้มการจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นหลังจากที่จะบริหารจัดการเองเรามองว่าจะเริ่มเห็นผลที่ชัดเจน 2H61 แต่เรายังคงกังวลกับรายได้ค่าธรรมเนียมที่จะยังคงหดตัวอยู่ต่อเนื่อง คาดว่าจะลดลงกว่า 7%YoY ในปีนี้

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 220 บาท

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2562 ที่ 220 บาท upside 20% จากความกังวลรายได้ค่าธรรมเนียมที่หดตัวเกินคาด แต่ยังมีปัจจัยบวกด้านการเติบโตของสินเชื่อขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับ infrastructure ต่อเนื่อง ด้าน valuation ปัจจุบันราคามีความน่าสนใจโดยเราใช้ Justifies PBV ที่ 1.30 เท่า (LT-ROE 10.5%) อิงกับค่าเฉลี่ย PBV –1S.D. และยังคาดการณ์จ่ายเงินปันผลงวด 2H61 อีก 3.5 บาท/หุ้น รวมทั้งปี 4.00 บาท/หุ้น

ปัจจัยเสี่ยง : สินเชื่อรายย่อยที่ไม่ขยายตัว คุณภาพของสินทรัพย์ที่นำมาบริหารเองอาจไม่ให้ผลตามเป้า และรายได้ค่าธรรมเนียมที่แย่กว่าคาดจากการ migrate สู่ระบบ digital ที่มากขึ้นและรายได้ธุรกิจประกันหดตัว

แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค แท่งเทียนปรับตัวลงมาที่ EMA 100 วัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับขาขึ้นระยะกลาง โดยใช้กลยุทธ์ buy on dip ซื้อที่ 195-196 เป็นจุดพิจารณา หากปรับตัวลงต่ำกว่าเป็นการยืนยันรูปแบบ U-shape กลับหัว เป็นสัญญาณลบ ระยะสั้นเน้นยืนเหนือ gap แนวรับหลัก 193.50 และเป็นจุดตัดขาดทุน แนวต้าน 198 / 203