รู้รักษาตัวรอด ลู่ตามกระแส ไม่สวนทาง

เรื่องของการเมืองก็ว่ากันไป สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงสีสันทางการเมืองเท่านั้น แต่สิ่งที่เราต้องติดตามอย่างแท้จริง คือ หลังเลือกตั้งพรรคไหนจะเป็นรัฐบาล ใครจะเป็นนายก นโยบายจะเป็นอย่างไร ต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยห่างหายจากการเลือกตั้งมากว่า 7-8 ปี ย่อมต้องมีความสำคัญและส่งผลต่อภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของประเทศไทย รวมถึงนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศด้วยนะครับ

ตอนนี้ตลาดยังไม่มีปัจจัยชี้นำใหม่ๆเข้ามา ความกังวลต่อปัจจัยลบโดยเฉพาะปัจจัยต่างประเทศเรื่องสงครามการค้า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ล้วนยังต้องติดตามความคืบหน้า ในขณะที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศออกมาแม้จะไม่ได้ดูแย่ แต่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าที่คาด แรงส่งสนับสนุนจึงไม่เพียงพอให้ตลาดเดินหน้าได้ต่อ การพักปรับฐานจึงเกิดขึ้น

สำหรับแนวคิดหลักคิดในการลงทุนในตลาดหุ้นนั้นไม่มีอะไรที่เป็นสิ่งตายตัวเพราะความไม่แน่นอน ความผันผวนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดของตลาดหุ้น ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยน กลยุทธ์และวิธีการลงทุนอยู่ตลอดเวลา  ซึ่งการนำวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งมาเป็นแบบยึดติด ไม่จำเป็นว่าจะต้องประสบความสำเร็จในการลงทุนเสมอ  ดังนั้นการลงทุนที่ดีน่าจะเป็นการลงทุนที่เกาะเกี่ยวไปกับกระแสทิศทางแนวโน้มของตลาดเป็นหลัก ไม่ลงทุนสวนกระแสโดยเด็ดขาดก็ย่อมสามารถสร้างความสำเร็จจากการลงทุนที่งดงามได้ครับ เพราะการขับเคลื่อนของราคาหุ้นในตลาดนั้น จะมีตัวแปรต่างๆอยู่มากมาย และตัวแปรซึ่งเป็นปัจจัยต่าง ๆเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นและตลาดหุ้น ดังนั้นการรู้รักษาตัวรอด ปรับตัวให้เข้าต่อการเปลี่ยนแปลงของทิศทางของตลาดหุ้นและตัวหุ้นให้ทันต่อสถานการณ์ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่ควรปฎิบัติกันนะครับ

ความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นตอนนี้ แม้จะเป็นสิ่งที่ใครๆก็ไม่อยากให้เกิด แต่ในเมื่อเราเดินเข้ามาสู่สนามแห่งนี้ก็ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นธรรมชาติของตลาดอยู่แล้ว ในบางครั้งความเป็นจริงอาจจะไม่ได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์เสมอไป ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนยังคงอยู่คู่กับตลาดทุนมาโดยตลอด ทั้งนี้อยู่ที่เราจะสามารถแยกแยะ มีสติมองหาโอกาสที่มีในความไม่แน่นอนนี้ได้หรือไม่

ส่วนดัชนีจะมีการแกว่งตัวขึ้นหรือลดลงไปแค่ไหน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังให้กรอบในบริเวณ 1630-1670 จุด หากเป็นเช่นดังว่าเราก็ต้องมากำหนดกรอบการลงทุนของตนเองในการเข้าซื้อ หรือขายหุ้นให้สอดคล้องกับกรอบที่นักวิเคราะห์ได้ประเมินเอาไว้ แต่ก็ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่มีเข้ามากระทบให้กรอบการลงทุนดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปทางใดทางหนึ่ง ก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้อง อ่อนเอนลู่ไปตามแนวโน้มทิศทางที่เกิดขึ้น ไม่สวนกระแสโดยเด็ดขาด เพราะเพียงกำลังของเราไม่อาจต้านทานกระแสการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นที่เกิดขึ้นได้หรอกครับ

ในตอนนี้ แม้ทุกอย่างดูเหมือนไม่รู้เหนือรู้ใต้ ดัชนีจะขึ้นหรือจะลง การเคลื่อนไหวราคาหุ้นบนกระดานถูกกระทบด้วยกระแสข่าวที่เข้ามามากมายในแต่ละวัน อย่างไรก็ตามใช่ว่าจะดูแย่ไม่ดีไปเสียทั้งหมด ถึงแม้อาจจะลงได้อีกก็น่าจะอยู่ในกรอบที่จำกัดและพอจะรับได้ ก็ไม่ต้องไปวิตกกันจนเกินเหตุ แต่ให้มีสติ ไม่ประมาทเพราะตลาดหุ้นไม่มีวันตาย วันนี้ลงได้พรุ่งนี้ก็พร้อมจะขึ้นได้เช่นกันเราก็เห็นกันอยู่ แต่สิ่งที่สำคัญคือ เราจะคว้าโอกาสได้เก็บช้อนรับซื้อ หากราคาหุ้นเป้าหมายของเราลดลงต่ำกว่าพื้นฐานที่แท้จริงที่ควรจะเป็น แล้วอดทนรอคอยเมื่อตลาดมีการดีดกลับพร้อมกับราคาหุ้นเป้าหมายที่เราลงทุนขึ้นไปสู่ระดับที่สูง เราก็พร้อมที่จะสร้างความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นได้ครับ