PTTEP ยืนยันกลยุทธ์เน้นการลงทุนใน SEA โบรกเคาะพื้นฐาน 150 บาท

บทวิเคราะห์ บล.ไทยพาณิชย์ ส่อง บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ผู้บริหารเปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง และสนับสนุนให้ความสามารถในการทำกำไรเติบโตในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการลงทุนในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถประเมินระดับความเสี่ยงได้ดึขึ้นเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมาที่บริษัทเข้าไปลงทุนในพื้นที่ใหม่ที่อยู่ห่างไกลออกไป เราคาดว่ากลยุทธ์นี้จะช่วยลดความวิตกกังวลที่นักลงทุนมีต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท และให้ความสนใจต่อ PTTEP มากขึ้น เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” PTTEP และคงราคาเป้าหมายอ้างอิงวิธี DCF ไว้ที่ 150 บาท/หุ้น

กลยุทธ์เน้นการลงทุนในภูมิภาคที่คุ้นเคยแต่มีศักยภาพเติบโตสูง กลยุทธ์ของ PTTEP ที่ต้องการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งพร้อมกับความสามารถในการทำกำไรเติบโตในระยะยาว ยืนยันว่าบริษัทจะเน้นขยายการลงทุนและดำเนินโครงการใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) และตะวันออกกลาง ผู้บริหารเปิดเผยแผนขยายการลงทุนในทั้งสองภูมิภาคดังกล่าว โดยส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ SEA เพราะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพปิโตรเลียมสูงและเป็นพื้นที่ที่มีความเชี่ยวชาญ เป้าหมายได้แก่ ประเทศไทย เมียนมาร์ มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย การดำเนินโครงการเพิ่มเติมจะเกิดขึ้นในปี 2562 ซึ่งรวมถึงสัญญาใหม่ (PSC) สำหรับแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช ซึ่งจะลงนามใน 1Q62 นอกจากนี้บริษัทก็กลับเข้าไปลงทุนในตะวันออกกลางร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายใหม่ โดยเริ่มต้นด้วยแปลงสำรวจใหม่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของอิตาลีที่มีประสบการณ์สูงอย่าง ENI

ใกล้ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายในโครงการโมซัมบิก LNG หลังจากรอคอยมานาน ผู้บริหารกล่าวว่าบริษัทคาดว่าการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายสำหรับโครงการโมซัมบิก LNG จะเกิดขึ้นใน 1H62 หลังจากเซ็นสัญญาซื้อขาย (SPA) อีก 2 สัญญา ซึ่งจะส่งผลทำให้ SPA ทั้งหมดปรับเพิ่มขึ้นสู่ 9.5 ล้านตัน/ปี ซึ่งหมายความว่าผลผลิตก๊าซในระยะแรก 74% จาก 12.88 ล้านตัน/ปี จะได้รับความคุ้มครองจาก SPA ระยะยาว ปริมาณสำรองและทรัพยากรที่สามารถผลิตได้มากถึง 75tcf น่าจะทำให้โครงการนี้สามารถเพิ่มอายุปริมาณสำรองปิโตรเลียมได้อีก 1 ปี จาก 5 ปี ณ สิ้นปี 2561

ลงทุนต่อยอดจากก๊าซไปสู่การผลิตไฟฟ้าในเมียนมาร์ นอกเหนือจากธุรกิจ E&P แล้ว PTTEP ก็กำลังพิจารณาขยายการลงทุนจากธุรกิจก๊าซไปสู่ธุรกิจไฟฟ้าผ่านการเป็นพันธมิตรกับ IPP ภายในหรือภายนอกกลุ่ม PTT กลยุทธ์การลงทุนต่อยอดจากก๊าซไปสู่การผลิตไฟฟ้าจะนำมาใช้ในเมียนมาร์ ซึ่งรัฐบาลวางแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น PTTEP ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์เดิมในเมียนมาร์ คือ โครงการซอติก้า และ M3 โครงการหลังยังคงไม่คุ้มค่าที่จะผลิต แต่ PTTEP หวังว่าธุรกิจใหม่นี้จะช่วยให้การพัฒนาโครงการให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายอ้างอิงวิธี DCF ที่ 150 บาท ราคาเป้าหมายของเราที่ 150 บาท/หุ้น อ้างอิงวิธี DCF และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ระยะยาวที่ US$75/bbl และราคาน้ำมันดิบดูไบที่ US$72/bbl ณ ราคาเป้าหมายของเรา หุ้น PTTEP จะซื้อขายที่ PBV (ปี 2562) 1.4 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 1.8 เท่า แนวโน้ม upside ของราคาเป้าหมาย คือ มูลค่าส่วนเพิ่มจากสัญญาใหม่ของแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช ความเสี่ยงที่สำคัญ คือ ราคาน้ำมันที่ลดลง ความเสี่ยงด้านกำไรอีกประการ คือ การด้อยค่าของสินทรัพย์ ซึ่งน่าจะค่อนข้างน้อยในมุมมองของเรา

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com