ABMส่งสัญญาณพ้นต่ำสุด

ทันหุ้น – ABM เร่งเครื่องดันงบปี 2562 ฟื้นคืนชีพ ชี้ปี 2561 เป็นจุดต่ำสุด ด้านผู้บริหารตั้งเป้ายอดขาย 6 แสนตันต่อปี เชื่อโตจากทุกๆผลิตภัณฑ์ ส่วนรายได้คาดว่าจะแตะระดับ 25% จากปีก่อน จับตาไตรมาส 2/2562 มีเซอร์ไพรส์พร้อมข่าวดี เตรียมเปิดโรงไม้สับราษฎร์ธานีพฤษภาคมนี้

นายปองธรรม แดนวังเดิม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) หรือ ABM ผู้ประกอบธุรกิจจัดหาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวมวล เปิดเผยว่า บริษัทคาดผลประกอบการในไตรมาส 4/2561 และปี 2561จะเป็นจุดต่ำสุด ขณะที่ทิศทางธุรกิจในปี 2562 คาดจะกลับมาฟื้นตัว โดยจะเห็นภาพที่ชัดเจนในช่วงไตรมาส 2/2562 ซึ่งบริษัทเตรียมจะเปิดโรงไม้สับที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเปิดช้ากว่ากำหนดจากเดิมคาดจะเปิดในปี 2561

ดันยอดขายทะยาน

ทั้งนี้บริษัทคาดยอดขายเชื้อเพลิงชีวมวลรวมในปี 2562 จะอยู่ที่ 6 แสนตันต่อปี แบ่งเป็น ยอดขายจากกะลาปาล์ม จำนวน 2.5 หมื่นตันเดือน หรือ 3 แสนตันต่อปี ยอดขายจากไม้สับจำนวน 1.5 หมื่นตันต่อเดือน หรือ 1.8 แสนตันต่อปี และยอดขายจากวู้ดพาเลซจำนวน 1 หมื่นตันต่อเดือน หรือ 1.2 แสนตันต่อปี สำหรับยอดขายดังกล่าวเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา

ขณะที่ภาพรวมรายได้ในปี 2562 คาดจะเติบโตเพิ่มขึ้น 25% จากปี 2561 โดยจะมาจากยอดขายในประเทศ 70% ต่างประเทศ 30% และคาดผลประกอบการจะกลับมาเทิร์นอะราวด์ หรือพลิกเป็นบวก เนื่องจากยอดขายในปี 2561 หากเทียบกับปี 2560 คาดจะทรงตัว หลังบริษัทมีปัญหาเปิดโรงไม้สับที่จังหวัดราษฎร์ธานีไม่ได้ตามกำหนด อีกทั้งช่วงปี 2561 บริษัทพบกับปัญหาไฟไหม้คลังสินค้า แต่ปัญหาดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว รวมถึงบริษัทคาดต้นทุนวัตถุดิบจะไม่เพิ่มขึ้นสูงเหมือนกับช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับบริษัทจะควบคุมต้นทุนในการผลิตให้ลดลง เพื่อผลักดันมาร์จิ้นให้เติบโตตามเป้าหมาย

จับตาQ2มีเซอร์ไพรส์

“ออเดอร์ช่วงเดือนแรกของปีนี้ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีและเป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนทั้งปีคาดรายได้จะเติบโตประมาณ 25% จากปีก่อน โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะมาจากยอดขายในทุกๆผลิตภัณฑ์ทั้งกะลาปาล์ม วู้ดพาเลซ และไม้สับ ส่วนปีที่แล้วคาดว่ารายได้น่าจะเป็นจุดต่ำสุด และน่าจะกลับมาดีในปีนี้ ซึ่งน่าจะเห็นความชัดเจนประมาณไตรมาส 2/62 หลังจากเปิดโรงไม้สับ น่าจะเห็นภาพธุรกิจที่เป็นรูปธรรม”นายปองธรรม กล่าว

อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้นายปองธรรม กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะก่อสร้างโรงงานผลิตวู้ดพาเลซ เพื่อรองรับคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ที่คาดจะเติบโตสูงในปี 2563 เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทได้เจรจากับลูกค้าในกลุ่มเทรดเดอร์ รวมถึงลูกค้า N-User ที่มีการติกต่อบริษัทเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยบริษัทคาดจะก่อสร้างโรงงานขนาดกำลังการผลิต 5 พันตันต่อเดือน และคาดจะใช้งบประมาณ 50-70 ล้านบาท โดยเงินดังกล่าวจะมาจากเงินทุนหมุนเวียนในบริษัท

สำหรับโรงงานผลิตวุ้ดพาเลซ กำลังการผลิต 5 พันตันต่อเดือน คาดจะผลิตได้สูงสุด 1.2-1.3 หมื่นตันต่อเดือน และบริษัทจะพยายามขยายกำลังการผลิตเพื่อให้รองรับเป้าหมายยอดขายที่ 2.5 หมื่นตันต่อเดือน ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผน หลังบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)

โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจำนวน 135 ล้านบาท นอกจากจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนแล้ว บริษัทจะลงทุนขยายพื้นที่เก็บรวบรวมกะลาปาล์มในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย 30 ล้านบาท ลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตชีวมวลอัดแท่งกับบริษัทร่วมทุนบริเวณภาคใต้ 31 ล้านบาท